บทส่งท้าย

 

ความรัก มีหลายประเภท แต่มีอยู่ประเภทหนึ่งที่ผมได้อ่านในหนังสือแล้วก็รู้สึกว่า...เท่ห์ฉิบเลยว้อย!

 

นั่นก็คือ...ความรักบริสุทธิ์...

 

ความรักบริสุทธิ์ก็คือ ความรักที่รักโดยไม่ต้องการอะไรตอบแทน ไม่ต้องได้มาครอบครอง...ขอแค่คนที่เรารักมีความสุข เท่านั้นก็พอ

 

ผมเคยตั้งใจไว้...ซักวัน ถ้าผมจะมีความรัก...ความรักนั้นจะต้องเป็นความรักที่บริสุทธิ์...

 

และความรักที่ผมมีให้ธี...ก็พยายามจะทำให้มันเป็นความรักที่บริสุทธิ์

...

 

..

 

.

 

 

หลังจากผ่านเหตุการณ์ที่หอพี่ต้า ธีขับรถไปส่งผมที่ห้องผม หลังจากนั้นก็ขับรถกลับบ้านตัวเอง ด้วยคำพูดส่งท้ายว่า ‘อยากอยู่คนเดียว’

 

ชั่วขณะที่ประตูรถปิดลง ชั่วขณะที่ล้อเริ่มหมุน ชั่วเวลาที่รถคันคุ้นตาวิ่งห่างออกไปจากตัวผม...ผมแทบอยากจะวิ่งตามไปกระโดดเกาะติดหลังคา ไปเคาะกระจกหลอนให้หยุดรถในเดี๋ยวนั้น...

 

แต่ผมรู้...สิ่งที่ธีต้องการ ก็คือ...เวลา...

 

ช่วงเวลาปิดเทอม ผมใช้เวลาอยู่กับการศึกษาโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ หมกมุ่นอยู่แต่กับการลงแอพ การเลือกริงโทน...โดยเฉพาะเบอร์ของธี กว่าจะเลือกเพลงได้ เปลี่ยนแล้วเปลี่ยนอีกจนรู้สึกว่าตัวเองไร้สาระเลยครับ ฮะๆๆๆ

 

ด้วยความที่อากาศช่วงนี้ร้อนจับใจ จะให้เปิดแอร์ทั้งวันก็กลัวบุพการีจะมาเข้าฝันด่าเช็ดเรื่องเปลืองไฟ...ก็เลยใส่แต่เสื้อกล้ามกับกางเกงบอลบางๆ นอนเล่นบนโซฟา แล้วก็หลับไปทั้งอย่างนั้นล่ะครับ

 

...

 

...

 

“..อย” ...หือ?

 

“ต้...อ...ย” ...เสียงใครอะครับ? คุ้นดีจัง...

 

“ต้อย” ...สติผมเริ่มกลับมา ตอนที่มีมือเย็นๆตบลงบนแก้มผมเบาๆ...อืม...สบายดีจัง ตัดกับอากาศร้อนๆดีชะมัด

 

ว่าแล้วผมก็เลยยังไม่อยากตื่น เดือดร้อนคนปลุกให้ต้องตบแรงขึ้นกว่าเดิม “ต้อยๆๆๆ” เสียงที่เรียกเริ่มร้อนรนขึ้นเรื่อยๆ บวกกับแรงตบชักจะแรงเกินไป แรงซะจนไอ้ความรู้สึกเย็นๆนี่มันน่าจะเกิดจากความแสบแก้มซะมากกว่า ผมก็เลยยอมลืมตาขึ้น และได้พบกับ...ดวงตาสีเขียวคู่เดิม...

 

ธีกำลังใช้สองมือจับบ่าผมเอาไว้ คาดว่าถ้าวินาทีนี้ผมยังไม่ลืมตา ไม่แคล้วคงโดนเขย่าซะจนหัวสั่นหัวคลอน

 

“ธี! มาได้ไง”

 

“ต้อย! เป็นไรไป!”

 

เสียงของเราดังขึ้นในเวลาเดียวกัน แต่ธีไม่ได้สนใจคำถามของผมเลย กลับใช้หลังมืออังหน้าผากกับซอกคอให้ผมแทน พอเช็คจนเรียบร้อยว่าไม่มีอะไร ถึงได้ยอมถอนหายใจออกมา

 

“นึกว่าตายไปแล้ว ห้องก็ร้อนยังกับเตาอบ เปิดประตูเข้ามาเจอแต่ศพนอนเหงื่อแตก เรียกก็ไม่ขยับน่ะ” ยังไม่ตายเฟ้ย! อย่าเรียกว่าศพได้ปะ

 

ผมจับมือธีที่อังซอกคอเอาไว้ มองสบเข้าไปในนัยน์ตาสีเขียวสวยคู่นั้น...จ้องซะจนอีกฝ่ายแก้มแดง ต้องก้มหน้าหลบสายตา

 

“ถ้าเราตาย ธีจะเสียใจมั้ยล่ะ”

 

ผมก็แค่ถามเล่น แต่...คนปากหนักกลับงุบงิบคำตอบออกมาให้ได้ยินเบาๆ “ก็...เสียใจน่ะสิ”

 

...น่ารัก...

 

ผมไม่ไหวจะทนจริงๆ จะอากาศร้อนหรือจะบนโซฟาแคบๆก็ช่าง วินาทีนี้สิ่งที่ผมอยากทำและต้องทำให้ได้คือ กดธีลงกับที่นอน

 

ริมฝีปากของธี...นุ่ม แล้วก็เย็น

 

ลิ้นที่เปียกชื้นต่อสู้กับผมอย่างไม่ยอมแพ้...เก่งสมเป็นเด็กนอกเลยครับ...จะว่าไป จูบแรกของผมก็ได้คุณครูคนนี้เป็นคนสอนนี่นา

 

เสื้อเชิ้ตสีขาวของธีเริ่มเปียกเหงื่อมากขึ้นเรื่อยๆ ตามระยะเวลาที่เราแลกจูบกันอย่างตะกละตะกราม

 

ด้วยกลัวว่าอีกฝ่ายอยู่ในเสื้อชื้นๆจะจับไข้ซะก่อน...ก็เลยต้องถอดออกให้ครับ

 

“ผอมลงไปนะ” ผมว่าพลางลูบฝ่ามือไปตามแผ่นอก หน้าท้อง แล้วก็แอบหายวับเข้าไปในของกางเกง เดือดร้อนธีต้องเอามือจับข้อมือผมเอาไว้

 

“เดี๋ยว!”

 

แต่เรื่องอะไรล่ะครับ...คิดว่าผมรอมานานเท่าไหร่แล้ว...ชีวิตลูกผู้ชายอกสามศอก ทนมาได้นานเท่านี้ก็เทพเกินจะกล่าวแล้วครับท่าน...ผมประกบจูบ แลกลิ้นอย่างเร็วจนคนข้างล่างไม่ทันได้ตั้งตัว มือก็ยังคงชอนไชหาธีน้อยสุดที่รัก

 

“อ...อา~” เสียงนี้มันใช่จริงๆครับ ยิ่งขยับ เสียงก็ยิ่งกระเส่า

 

โซฟาตัวไม่ใหญ่นัก ไม่สามารถรองรับเราสองคนได้จริงๆ ธีบิดตัวไปมา จนสุดท้ายเราก็ไหลลงมากองอยู่ที่พื้นทั้งคู่...ก็ดีครับ พื้นกระเบื้อง ถึงจะเหนียวไปหน่อย แต่ก็เย็นดี

 

เหงื่อของเราไหลโทรมตัว ด้วยอากาศที่ร้อนสุดๆ แต่ก็ไม่มีใครคิดจะเดินไปเปิดแอร์...ธีอาจจะคิดก็ได้มั้ง แต่ผมไม่ยอมให้กะอีแค่อากาศร้อนมาขัดจังหวะได้หรอกนะ

 

...ผ่านไปไม่กี่เดือน ร่างกายของธีก็ซ่อมแซมตัวเองได้อย่างดีเยี่ยม ช่องทางด้านหลังบีบรัดอย่างกับไม่เคยมีใครได้ล่วงล้ำมาก่อน...

 

“โอ๊ย!” ธีร้องเสียงดัง แอ่นตัวขึ้น เมื่อนิ้วมือของผมสอดใส่เข้าไป

 

“ธี...ผ่อนหน่อย...” รู้สึกผิดจริงๆครับ ที่ทำธีเจ็บ...แต่นาทีนี้...มันหยุดไม่ได้ แล้วก็ไม่อยากหยุดด้วย

 

น้ำลายกับเหงื่อ ช่วยหล่อลื่นได้ดีพอสมควร ผ่านไปไม่นาน ก็พอจะสอดนิ้วเพิ่มได้ ส่วนธี จากที่เกร็งตัวหน้าบู้ ก็ยังคงเกร็งตัวอยู่เหมือนเดิม...แต่ฟันที่เอาแต่กัดกันอยู่ กลับเปิดออกและร้องครางออกมาแทน

 

ผมมองใบหน้าที่แสนจะคิดถึง จูบลงไปที่ริมฝีปากบวมเจ่อ กับแก้มแดงๆน่ารักนั่น พออีกฝ่ายลืมตาขึ้นมาสบตาผม ก็รีบเอาสองมือปิดใบหน้าเลยครับ

 

“ธี เอามือออกดิ” อยากเห็นหน้าครับ อยากจ้องนานๆ อยากเก็บไว้ในใจให้หายคิดถึง...ผมว่าพลางใช้มือหนึ่งแกะมือธีออก แต่ก็สู้ไม่ได้ เพราะพอแกะมือนึงออก อีกมือก็สอดวับเข้ามาปิดหน้าแทน

 

“เรา...อาย” ธีพึมพำ พอจะฟังได้เป็นประโยคแค่นี้แหละครับ

 

“อ๊า!” ผมดึงนิ้วออกมาจากช่องด้านหลัง ว่าแล้วก็จัดการยึดข้อมือคนดื้อไว้แนบหัวทั้งสองข้างซะเลย

 

“อ...อย่ามอง” ธีหลับตาปี๋ หันหน้าหนีสุดฤทธิ์

 

“ทำไมล่ะ...น่ารักดีออก” ผมชมให้หน้าที่แดงอยู่แล้วแดงกว่าเดิม จูบลงบนหลังหู...จุดอ่อนของธี เล่นซะขนที่คอลุกชัน พอหันหน้าหนี ผมก็โจมตีหูอีกข้าง

 

“หยุดนะ! ต้อย! ไอ้บ้า! อื๊อ!!!”

 

ฮ่าๆ ด่าดีนัก ผมไซ้จนอีกฝ่ายหมดแรง นอนหอบ ถึงได้ยอมหยุด แล้วก็กลับมาจ้องหน้าธีอีกหนแทน “น่ารักจัง”

 

น่าน~ เขินใหญ่เลยครับ เบะปากใหญ่ๆ “ไม่น่ารักซะหน่อย”

 

“น่ารักจริงๆ” ผมว่าพลางก้มลงจูบหน้าผากอีกครั้ง หลังจากนั้นก็เริ่มกิจกรรมค้างคาเดิมๆต่อ ให้มันหายค้างคาซะที

 

พวกเรากอดก่ายกัน ผมเป็นฝ่ายนำบ้าง และธีก็เป็นผู้ตามที่ดี รัวเร็ว...ยืดยาด...วนเวียนไปมาราวกับเวลามีไม่รู้จบ เขาวงกตที่พวกเราหลงมานาน ถูกทลายลงด้วยคำสั้นๆที่ผมกระซิบข้างหูธีก่อนที่มันจะหมดสติไป

 

“รักนะ...”

 

...

 

...

 

..

 

ลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง พบว่าเราสองคนนอนห่มผ้านวมอยู่บนเตียงแคบๆ แอร์ถูกเปิดจนห้องเย็นเฉียบ

 

...อย่าคิดนะครับ ว่าธีจะตื่นขึ้นมา ลากผมขึ้นไปนอนบนเตียง...โนว!...เป็นผมเองแหละครับ ที่อุ้มธีไปนอน แล้วเราก็เผลอหลับไปด้วยกัน...เรื่องอะไรจะยอมให้ธีอุ้มล่ะครับ เสียเชิงชายแย่...

 

...ผมลืมตาตื่นขึ้นมา สติกลับมาช้าๆ ก็พบว่าธีตื่นอยู่ก่อนแล้ว

 

ธีกำลังนั่งพิงหัวเตียง ผ้าห่มร่นลงมาถึงช่วงเอว ส่งผลให้แสงแดดที่ส่องเข้ามาทางหน้าต่าง อาบไล้ผิวของธีให้กลายเป็นสีส้มเนียนสวย และสะท้อนสิ่งที่อยู่ในมือธีให้เข้าตาผมจนต้องหยีตาหนี

 

“ตื่นแล้วเหรอ?” ธีหันกลับมามองผมที่นอนตะแคงแอบมองเขาอยู่นาน

 

ผมเลื่อนตัวขึ้นนั่งในระดับเดียวกัน กอดธีเอาไว้ ซุกหน้าลงกับซอกคออีกฝ่าย

 

“นี่...?” ผมมองตามสายตาของธี...สิ่งที่กำลังเล่นแสงอาทิตย์อยู่ในมือของธี

 

ธีหันกลับมามองผม “แหวนน่ะ”

 

มันเป็นแหวนสีทอง เรียบๆ ไม่มีลายสลักอะไร...

 

“เราตั้งใจจะให้ต้าในวันวาเลนไทน์”

 

แค่ได้ยินชื่อพี่ต้า...หัวใจของผมก็เจ็บแปลบขึ้นมา...กลัว...กลัวว่าธีจะยังตัดใจจากพี่ต้าไม่ได้ กลัวว่าตัวเองจะไม่ได้ธีมาอยู่ใกล้ตัว...

 

“แต่ก็ไม่ได้ให้...เพราะต้าหนีไปก่อน...สุดท้าย...ก็เลยได้ให้ในวันนั้นแทน”

 

...วันนั้น......วันที่ธีได้เห็น ได้รู้ว่า...พี่ต้าเป็นของคนอื่นไปแล้ว...แต่กระนั้น ธีก็ยังเสี่ยงยื่นมันไปให้ต้า...น่าอิจฉาพี่ต้าจริงๆ

 

“แต่ต้าเอามาคืนเราเมื่อเช้านี้” น้ำตาหยดหนึ่งกลิ้งลงจากหางตาของธี ล้อแสงเป็นประกายไม่แพ้แหวนในมือ

 

“ต้าบอกว่า...ต้าเลือกคนคนนั้นแล้ว...” ริมฝีปากบางที่ตอนนี้บวมช้ำด้วยฝีมือผมเม้มเล็กน้อย จากนั้นก็เผยรอยยิ้มออกมา

 

“ต้าบอกว่า...เพราะมันไม่ยอมพูด...มันก็เลยต้องเสียเราไป แล้วก็เกือบจะเสียคนคนนั้นไป”

 

ธียิ้ม...ธีหัวเราะ...ทั้งน้ำตา

 

“ถ้าไม่ยอมพูด...ก็จะเสียไป...ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ...เราก็จะพูดบ้าง” ธีหันกลับมา สบตาผม

 

...ธีสบตาผม หลังจากที่เราแทบจะไม่มองตากันมานานแล้ว...หลังจากที่ธีหลบตาผมมานาน...และหลังจากที่ผมหลบหนีธีเพราะกลัวความเจ็บปวด ถ้าต้องผิดหวังจากมัน...

 

“...เรารักต้อย...”

 

แหวนที่อยู่ในมือของธี สวมลงบนนิ้วของผม...ตัวเรือนแหวนอบอุ่นจากไอมือ รัดรึงนิ้วนางของผมไว้แน่น

 

ธีหัวเราะในคอ “ตลกดีนะ แหวนวงนี้น่ะ ต้าบอกว่าใหญ่เกินนิ้วมัน มันใส่ไม่ได้หรอก...แต่เอามาใส่ให้ต้อย ดันใส่ได้พอดีซะงั้น”

 

ผมอึ้ง...ผมพูดไม่ออก...แม้แต่คิด ตอนนี้ยังคิดไม่ค่อยออกเลยครับ...

 

รู้แต่ในหัวใจ มันเต้นถี่รัวจนสั่นไปหมด ผมคว้าตัวธีมากอด แนบแก้มธีเข้ากับหน้าอกของผม...อยากให้ธีได้ฟังเสียงหัวใจที่ถี่รัว

 

...หัวใจของผม...

 

เราอยู่ในท่านี้เนิ่นนาน นานจนอาทิตย์ลับขอบฟ้า นานจนห้องที่ปิดไฟไว้มืดสลัว

 

“เราก็รักธี” ผมจูบมัน จูบด้วยอารมณ์ที่ไม่เคยจูบมาก่อน จูบด้วยสติรับรู้...ว่าคนคนนี้...เป็นของผม

 

ริมฝีปากเราแยกออกจากกัน เราพิงหัวเตียง กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่ข้างกัน ผมยกมือซ้ายขึ้นส่องกับไฟนอกหน้าต่าง เห็นแค่แสงสะท้อนเพียงเล็กน้อย “แหวนวงนี้น่ะ...มันคับไปหน่อยนะ...”  

 

“งั้นก็เอาคืนมาสิ” ฮะๆๆ ขี้งอนนะครับ คนรักของผม

 

“เปล่าหรอก...ก็แค่จะบอกว่า...มันถอดไม่ออกแล้วนะ อย่างนี้คงต้องให้เราใส่ไว้ตลอดแล้วล่ะ”

 

ธีนิ่งเงียบ ก้มหน้างุด แล้วก็ไหลตัวลงไปซุกอยู่ในผ้าห่ม เดือดร้อนผมต้องกอดไอ้ก้อนอุ่นๆนี้เอาไว้แน่น เราเล่นไล่จับโดยมีผ้าห่มผืนใหญ่กั้นกลาง

 

ได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆ ผมก็หัวเราะตาม พร้อมกันนั้น...ก็มีเสียงลอดออกมาจากกลุ่มผ้าในอ้อมกอด

 

“งั้นคงต้องมีของมาแลก”

 

ผมหัวเราะ หอมแก้มไอ้คนขี้อายดังฟอดใหญ่

 

“แลกด้วยตัวเรา ดีมั้ยล่ะ?”

 

...

 

..

 

.

 

ถ้าย้อนเวลาได้ ถ้าเรื่องของพี่ต้ากับธีไม่จบลง ผมจะยังคงปล่อยธีให้กับพี่ต้าเหมือนที่เคยทำมารึเปล่านะ

 

คำตอบคือ...ไม่...

 

เพราะตอนนี้ผมรู้แล้ว...ว่าความรักของผม มันยังไม่บริสุทธิ์พอ...ผมยังต้องการคนในอ้อมกอดคนนี้มาอยู่ข้างตัวเหลือเกิน...ถึงจะไม่เท่ห์...แต่มันก็คงจะทำให้ผมมีความสุขกว่าทางเดิมที่ผมเลือก

 

ความรักที่บริสุทธิ์น่ะเหรอครับ...สักวันผมคงมีมันได้

 

...แต่ไม่ใช่ตอนนี้แน่นอน...เพราะผมจะไม่มีวันปล่อยคนในอ้อมกอดคนนี้ไปไหนอีกแล้ว

 

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++

 END

Comment

Comment:

Tweet

ทำรวมเล่มนี้ด้วยเหอะน่ะค่ะ
รักสองคู่นี้มากเลย...
cry cry

#4 By KID_1412 (103.7.57.18|115.67.194.3) on 2012-11-22 02:30

โอ้ เพิ่งรู้ว่าคุณลูกหมูแต่งต่อ โชคดีที่แวะมาดูค่ะ สารภาพว่าเกือบลืมเนื้อเรื่องไปแล้วค่ะ sad smile แต่สนุกมากๆเลย ชอบต้อยมาก เป็นคนดีมากจนไม่น่าเชื่อว่าจะมีคนแบบนี้จริงๆค่ะ อิจฉาธี(ที่ไม่ใช่ลุง) ที่จริงธีก็แอบใจร้ายกับต้อยนะ... เอาเหอะ ลงเอยแบบนี้ก็ดีแล้วค่ะ cry

#3 By Garnet (103.7.57.18|59.156.134.38) on 2012-05-30 01:57

จบแล้วแบบสมหวังทั้งสองคู่

ต่อไปจะมิเรื่องใหม่อีกไหมจ๊ะ

ชอบนิยายคุณลูกมาก

#2 By pop_za (110.77.234.144) on 2012-03-14 11:11

ชอบคู่นี้ น่ารักมากๆเลยค่ะ

ขอบคุณ คุณลูกหมูมากๆเลยนะคะ big smile

#1 By Songmeijin (113.53.145.26) on 2012-03-14 00:14