20 ที่ว่าง

 

หลังจากบ๊ายบายส่งพี่ต้ากับพี่ธีของพี่ต้าเสร็จ อมยิ้มเล็กน้อยกับอนาคตมือถือใหม่กับแหล่งขุมเงินขุมทอง ผมก็วิ่งขึ้นบ้านหยิบมือถือที่ชาร์ตจนร้อนทันที

 

เรื่องมันเป็นยังไงกันแน่วะ? อยากจะรู้จริงๆครับ

 

...หมายเลขที่ท่านเรียก ไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้...

 

เวร สวนกันไปมาจริงๆครับ พอมือถือผมพร้อมใช้งาน อีกฝ่ายก็ดันติดต่อไม่ได้ซะงั้น...

 

ลองกดเบอร์เดิมอีกสักสองสามรอบ ก็ยังคงไม่มีสัญญาณอยู่ดี...ก็เลยลองติดต่อไปที่บ้านดูครับ...

 

“คุณธีไม่อยู่ค่ะ...ค่ะ...ไปต่างประเทศค่ะ...กลับวันศุกร์นี้ค่ะ ไม่ทราบว่าใครโทรมาคะ” เสียงของแม่บ้านช่วยชี้แจงแถลงไขได้ครึ่งหนึ่งที่ว่าเจ้าตัวหายไปไหน แต่อีกครึ่งที่ว่าไหงอยู่ดีๆมีแฟนโผล่มาได้ คุณป้าแม่บ้านคงตอบไม่ได้ ต้องรอถามเจ้าตัวสถานเดียวครับ

 

ผมล้มตัวลงนอนบนเตียง กดวางสายมือถือ แล้วก็ถอนหายใจเฮือก...

 

...เอาเหอะ...ไหนๆก็ได้กลับบ้านทั้งทีครับ อยู่กับพ่อแม่อีกสักสี่ห้าวันค่อยกลับกรุงเทพก็ไม่เสียหายอะไร

 

...

 

...

 

หลังจากนั้นอีกสี่วัน วันศุกร์เช้าๆ คนที่คิดถึงมานานก็โทรกลับมาซะที

 

“โหลวว!!” ด้วยความตื่นเต้น เผลอลากเสียงซะยาว แหะๆ

 

ฝ่ายนั้นคงจะตั้งตัวไม่ติด ถึงได้นิ่งอึ้งไปพักใหญ่ “ต้อย...ไมวันก่อนติดต่อไม่ได้”

 

“แบตหมด”

 

“แล้วตอนนี้อยู่ไหน หายไปไหนมาตั้งหลายวัน” เอากับเค้าดิ...แทนที่ผมจะถาม ดันโดนถามจนไม่มีโอกาสได้ถามแทน

 

“ไปเข้าค่ายอาสาฯ สร้างสะพานมา ลืมเอาที่ชาร์ตแบตไปน่ะ”

 

“...ไปกับใคร...กับต้าหรอ...ไม่น่า...ก็ยังเห็นต้าอยู่...” บ่นอะไรงึมงำหว่า? “แล้วตอนนี้ต้อยอยู่ไหน”

 

“กลับบ้าน...ขอนแก่นน่ะ”

 

“ต้าอยู่ด้วยรึเปล่า”

 

“...เปล่า...” ชักจะทนไม่ไหวแล้วนะ อะไรๆก็ต้าอะครับ...รู้ตัวบ้างรึเปล่าว่าคุยกับใครอยู่

 

“งั้น...เราขับรถอยู่...แค่นี้ก่อนนะ”

 

...ปึบ...

 

...อ้าว???...ผมมองหน้าจอมือถือที่ดับสนิทเลขวินาทีหยุดนิ่งแหงแก๋ แล้วก็โยนมือถือลงบนเตียงอย่างงงในอารมณ์..

 

งงไปได้แค่สองชั่วโมงครับ กำลังเคลิ้มๆเกือบหลับกับอากาศร้อนๆอยู่เลย เสียงออดหน้าบ้านก็ดังซะงั้น เกาพุงลุกขึ้นจากเตียงลากสังขารไปเปิดหลังจากที่กริ่งรัวอยู่ประมาณสิบครั้ง...ก็ได้พบกับ...

 

...บริการธีเดลิเวอรรี่ครับผม...

 

ผมตาโต มองหน้าที่ซูบไปเล็กน้อยของธี

 

“...มาได้ไงเนี่ย...”

 

“ก็กลับมาจากไปฝึกงาน...” อีกฝ่ายตอบพลางยื่นแผ่นดีวีดีลาวให้ผมถุงใหญ่

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++

 

สรุปว่าต่างประเทศที่ธีไปฝึกงาน...ก็ประเทศเพื่อนบ้านนี่เองแหละครับ พอเข้าเขตประเทศไทย เจอแมสเซจแจ้งมิสคอลล์ ก็เลยโทรหาผม พอรู้ว่าอยู่ขอนแก่น...ก็ขับรถลัดเลาะจากหนองคายมาให้เชยชมกันถึงหน้าบ้านทีเดียว...

 

และตอนนี้...ผมก็กำลังเป็นตุ๊กตาหน้ารถของสารถีลูกครึ่งหน้าหล่อที่มารับถึงบ้านส่งผมกลับกรุงเทพแบบไม่ทันได้ตั้งตัวครับ

 

ผมเหลือบมองใบหน้าคมคายใส่แว่นกันแดดที่นั่งขับรถอยู่ข้างตัว ปากบางๆนั่นเม้มแน่นแบบที่คงกำลังคิดว่าจะพูดอะไรกับผมบ้างดี แต่คาดว่าการขับรถด้วยความเร็วขนาดนี้ แล้วยังต้องแบ่งสมาธิมาทางผมอีก...คงจะเป็นเรื่องที่อันตรายทีเดียวล่ะ

 

...ดังนั้น...เพื่อความปลอดภัย...ผมจะเป็นคนคิดแทนให้ก็แล้วกัน...

 

เสียงเพลงถูกหมุนหรี่ลง

 

“ธี...มีแฟนแล้วเหรอ?” รถกระตุกหน่อยๆ แต่ก็ยังคงแล่นต่อไปด้วยความเร็วประมาณเดิม

 

“...ยัง...”

 

ธี...ยังไม่มีแฟน...

 

“แล้วทำไม...”

 

RRR~

 

ปัญหาคาใจกลับชะงักค้าง เมื่อโทรศัพท์เจ้ากรรมของผมดังหวีดร้องขึ้นมาก่อน ผมดูหน้าจอโทรศัพท์ แล้วก็กดรับ

 

“น้องฝน...มีอะไรรึเปล่า?” เป็นน้องฝนโทรมาครับ

 

“พี่ต้อย ไม่มีอะไรค่ะ ได้ข่าวว่ากลับบ้าน...ตอนนี้ฝนเหงาๆเลยโทรคุยเล่นน่ะ” เสียงของเธอฟังแล้วสดใสอย่างกับท้องฟ้าฤดูร้อนแน่ะครับ เล่นซะผมอดหัวเราะเบาๆไม่ได้

 

“อะไรกันเรา ก็เพิ่งไปค่ายกันไม่กี่วันนี้เอง พี่คิดว่าเห็นหน้ากันจนเบื่อแล้วซะอีก”

 

“ก็แหม~” ลากเสียงซะยาวเชียวครับ “ฝนอยากเห็นคนคนนั้นของพี่ต้อยนี่นา อยากรู้ว่าเป็นไงมั่ง สำเร็จรึยัง”

 

จะว่าไป หลังจากผมคัมมิ่งเอาท์นี่เจ้าหล่อนรุกหนักแฮะ ผมแอบเหลือบไปมองหน้าธี แต่ก็ไม่เห็นอะไรนอกจากแว่นตาดำๆกับปากเม้มๆเหมือนเดิม...

 

“น้องฝนนี่ใคร” หลังจากที่วางสายไปได้ซักพัก ธีก็ถามขึ้นมา

 

ผมผิวปากเล่นตามเพลงที่ชอบ “น้องที่คณะน่ะ เป็นรุ่นน้องปีนึง”

 

อีกฝ่ายเงียบไป เสียงเพลงแทรกกลางระหว่างเรา “...คนที่ไปค่ายด้วยกัน?”

 

“อืม”

 

หลังจากนั้นธีก็เงียบไปอีกนานเลยครับ ผมก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ รอให้อีกฝ่ายเป็นคนเริ่มเล่าเรื่องท่าจะดี

 

“...เรา...บอกต้าว่าเรามีคนที่ชอบแล้ว...” หัวใจผมเต้นตึกตัก...คนที่ชอบนี่...ใช่ผมรึเปล่า

 

“ทำไมล่ะ” จริงๆอยากถามว่าใคร...แต่กลัวรถจะทิ่มเสาไฟฟ้า ก็เลยต้องยั้งๆปากไว้ก่อน

 

“...เพราะว่า...คืนก่อนวันนั้น” ...น่าจะเป็นคืนก่อนวาเลนไทน์นั่นแหละครับ “เราคุยกัน...ต้ามันคุยกับเราเหมือนไม่สนใจ” อา...ก็นิสัยพี่ชายผมแหละครับ เวลาประหม่าทีไรปากไม่ตรงกับใจทุกที แต่สงสัยคืนนั้นอาการของพี่ต้าจะไปแตะต่อมคนขี้งอนคนนี้แรงไปหน่อย

 

“เราก็เลยบอกไปว่า...เรามีคนที่ชอบแล้ว...” ธีหัวเราะในคอ เป็นหัวเราะที่ฟังแล้วฝีดเฝื่อน ไม่มีความขำเลยซักนิดเดียว “ตั้งใจว่าจะไปหาตอนเช้า ไปบอกว่าเมื่อคืนพูดเล่น...แต่ต้าก็ไม่อยู่แล้ว...”

 

เหตุการณ์หลังจากนั้น ผมก็พอจะประติดประต่อได้ครับ...พี่ต้าที่อกเดาะก็คงจะไปรักษาแผลใจอยู่บนเรือสำราญ จนเจอกับลุงธี แล้วหลังจากนั้นก็อย่างที่ได้เห็นๆกันแหละครับ...ตอนนี้ท่าจะเอวเดาะแทน...

 

“โทรไปก็ไม่รับ...ก็เลยใช้กุญแจสำรองเปิดเข้าไปดู...กลัวว่าต้าจะเป็นอะไรไป...”

 

“แต่ที่ได้เห็นน่ะ...” มุมปากของธียกยิ้มน้อยๆ ถ้าไม่สังเกตดีๆก็คงจะเห็นยาก “เป็นจดหมายบอกรักที่ขยำทิ้งเต็มถังขยะต่างหากล่ะ”

 

...จดหมายรัก...ที่พี่ต้าเขียนให้ธี...พี่ต้าคงตั้งใจจะให้ธี...แต่ก็ไม่มีโอกาสได้ให้เพราะความเข้าใจผิด...

 

ธีหัวเราะ ทั้งๆที่เสียงเริ่มสั่น “ตลกดีนะ...ไอ้ต้าน่ะ เป็นคนที่ไม่เคยเขียนอะไรแบบนี้เลย ขนาดการ์ดวันเกิดที่มันให้ทุกปียังเป็นกระดาษเปล่าเลย...แต่คราวนี้มันเขียน แถมมันคงพยายามเขียนอยู่นาน...เพราะกระดาษที่ขยำมันเยอะขนาดเกือบเต็มถังขยะแน่ะ” รถค่อยๆชะลอลง ก่อนจะเลี้ยวไปจอดในปั๊มน้ำมัน ธีซุกหน้าลงกับพวงมาลัย...ทั้งๆที่ยังไม่ได้ดับเครื่องยนต์เลย

 

“เรา...ทิ้งโอกาสไป” แผ่นหลังของธีดูเล็กกว่าที่เคยเป็น บรรยากาศในรถมีแต่ความหนักอึ้ง ทั้งๆที่แอร์ในรถก็ออกจะเย็น

 

ผมไม่รู้จะพูดยังไงดีครับ...ใจหนึ่งก็แอบสงสาร อีกใจก็แอบสมน้ำหน้า...ถ้าไม่ใช่ธีที่กำลังเสียอกเสียใจ ถ้าเป็นเพื่อนคนอื่น ผมก็อยากด่าไอ้ควายอยู่นะ โง่หรือโง่กัน แต่งเรื่องตอแหลพรรณนั้นกับคนที่จะบอกรักด้วยน่ะ...แต่กับธี...ด่าไม่ลงครับ เพราะธีก็เป็นธีอย่างนี้แหละ...เป็นธีที่ขี้งอน แล้วก็ไม่ค่อยจะยอมพูดความในใจกับใครเท่าไหร่

 

น่าเสียดาย...ที่ธีไม่รู้จักพี่ต้าดีเท่าผม...แล้วก็น่าเสียดาย...ที่พี่ต้าก็ไม่รู้จักธีดีเท่าผมด้วย...ไม่อย่างนั้นสองคนนี้คงลงเอยกันไปไหนต่อไหนแล้ว...

 

ผมกุมมือธีที่วางอยู่บนพวงมาลัย กำแน่นจนรู้สึกถึงแรงสั่น รู้สึกถึงแนวกล้ามเนื้อที่กำพวงมาลัยเสียแน่น

 

ช่วงเวลากว่าสิบวันที่ติดต่อผมกับพี่ต้าไม่ได้...ธีรู้สึกยังไงบ้างนะ...

 

...ช่วงเวลานี้คิดอะไรไม่ออกแล้วครับ ทั้งเรื่องพี่ต้ากับธี แล้วก็เรื่องธีกับผมด้วย...ตอนนี้ผมต้องการอย่างเดียว...คืออยากให้ธีหายเศร้า...

 

ผมโอบบ่าบางที่สั่นไหว แต่ยังไม่ทันได้ดึงเข้ามากอด อีกฝ่ายกลับผลักผมออกก่อน ธีใช้หลังมือปาดจมูกแดงๆของตัวเอง สูดน้ำมูกเข้าซะซืดใหญ่ “เราไม่เป็นไรแล้ว”

 

หลังจากนั้น การขับรถกลับกรุงเทพก็เงียบกริบราวป่าช้า...จะมีบ้างบางครั้งที่ธีถามถึงพี่ต้ากับผู้ชายคนนั้น...ถึงได้เพิ่งรู้ครับ ว่าธีเจอกับพี่ธีแล้ว...มิน่าถึงได้ดูกระวนกระวายซะขนาดนี้...

 

กว่าจะฝ่ารถติดมาได้ก็ค่อนข้างเย็นทีเดียว

 

“...เข้ามานั่งพักก่อนมั้ย” ผมกำสายกระเป๋าเดิน ก้มหน้าผ่านประตูไปมองฝั่งคนขับ อีกฝ่ายเม้มปากคิดไม่นานก็พยักหน้า

 

ท่าทางธีจะเหนื่อยน่าดูครับ...ก็เล่นขับรถคนเดียวโซโล่เจ็ดแปดชั่วโมงแทบไม่มีพัก เลยเป็นหน้าที่ตุ๊กตาหน้ารถต้องหาน้ำเย็นๆมาปรนเปรอหน่อยครับ

 

ระหว่างที่ธีกำลังล้างหน้าให้สดชื่นขึ้นหน่อย ผมก็กดโทรศัพท์หาเบอร์ที่เมมไว้เมื่อไม่กี่วันนี้

 

“ว่าไงวะ ไอ้หมาน่อย?” ชะ! ไอ้พี่คนนี้กำเริบเสิบสานจริง สงสัยต้องรูดทรัพย์ให้หนักหน่อย

 

“หมาบ้านพี่ดิวะ ผมอยู่กรุงเทพแล้วนะ”

 

“อ้าว! มาได้ไง ไหนว่าจะอยู่ต่อถึงเปิดเทอม?” ฮ่าๆๆ ตกใจแทบแต๋วแตกเลยครับท่าน

 

“ก็...พอดีมีสารถีมารับ ก็เลยยอมติดรถมาด้วย” กำลังจะโม้ต่อ เสียงเปิดประตูห้องน้ำก็ดังแว่วๆให้ได้ยินซะก่อน ไม่อยากให้รถไฟชนกันครับ เลยต้องรีบตัดบทหน่อย “ยังจำสัญญาได้เปล่าพี่?...มือถือน่ะพี่ มือถือ...วันนี้เลยมั้ย ว่างพอดี” ว่าแล้วก็รีบนัดแนะก่อนที่ยอดยาหยีจะเดินออกมาถึง

 

“ใครน่ะต้อย” บอกตามตรงครับ ผมยังไม่อยากพูดถึงพี่ธีตอนนี้ เพราะมีพี่ธี...ก็ต้องมีเรื่องของพี่ต้า...

 

“...น้องฝนน่ะ โทรนัดให้ไปช่วยเลือกมือถือใหม่”  แอบอ้างชื่อซักหน่อย คงไม่ว่ากันนะน้องฝน

 

ผมชวนธีกินข้าวก่อนออกไปหาพี่ธีของพี่ต้า แต่อีกฝ่ายปฏิเสธ บอกว่าแม่รอกินข้าวด้วยอยู่

 

ก่อนจะกลับ ดวงตาสีเขียวหม่นหันกลับมาสบตากับผม...ผมจ้องเข้าไปยังนัยน์ตารื้นน้ำของธี...นัยน์ตาที่สื่ออารมณ์ได้หลากหลาย...นัยตาที่ตอนนี้กำลังสับสนอย่างรุนแรง...นัยน์ตาที่บ่งว่าเข้าของมันกำลังต้องการที่พึ่ง

 

ผมไม่ปล่อยให้ธีได้ตั้งตัว คว้าบ่าบางเข้ามากอดแน่นจนอีกฝ่ายขยับหนี บ่นงึมงำว่าอึดอัด มือลูบท้ายทอยที่ปกคลุมด้วยเส้นผมนุ่มอย่างที่คิดถึงเหลือเกิน

 

“บอกเราได้รึเปล่า...ว่าคนที่ธีชอบ...คนที่บอกพี่ต้าว่าชอบน่ะ...เป็นใคร?” ใช่ผมรึเปล่า?

 

ตัวของคนในอ้อมกอดแข็งเกร็ง เสียงตอบเบาแสนเบา แต่ฟังแล้วมันหนักอยู่ในใจ

 

“...ไม่ใช่...ไม่มีใครทั้งนั้น...”

 

...ไม่มีใครทั้งนั้น...

 

ใจของธี...มีแต่พี่ต้ามานาน มีแต่พี่ต้าอยู่ข้างใน แน่นซะจนใส่ใครเข้าไปเพิ่มไม่ได้เลย

 

ผมถอนหายใจเฮือก คลายกอดให้ธีได้ถดตัวหนี “ถึงจะไม่เป็นไปตามที่หวัง...แต่ถ้ารักไปแล้วก็ไม่ตัดใจง่ายๆหรอก...” ผมบอกตัวเอง...แล้วก็บอกธี...ผมจะไม่ตัดใจจากธีง่ายๆ แน่นอน ก็หลงรักไปหมดใจแล้วนี่ อีกอย่าง...เรื่องของธีกับพี่ต้า ยังไงก็คงเป็นไปไม่ได้แล้ว...ก็พี่ต้ามีพี่ธีแล้วนี่นา...

 

ว่าแล้วก็ขำตัวเองนะครับ...ชีวิตนี้กะจะอกหักจากคนคนเดียวซักกี่ครั้งกันเนี่ย

 

ผมมองแผ่นหลังของคนที่ผมรัก...แผ่นหลังที่เดินออกไปจากประตูหอ...แผ่นหลังที่อยากได้มาเป็นเจ้าของ อยากได้มาโอบกอดทุกเวลาที่คิดถึง

 

...ผมได้แต่หวัง...หวังว่าจะมีความกล้า...บอกรักธีอีกครั้งได้ในเร็ววัน...

 

++++++++++++++++++++++++++++++++

TBC

 

ตอนนี้สั้นหน่อยนะคะ เพราะมันยาก!!....ยากจริงๆค่ะ...มันจะมาม่าไปถึงไหน มุขเมิขนี่ไม่รู้จะแทรกตรงไหนแล้ว


Comment

Comment:

Tweet

สงสารต้อย

#1 By TarT (61.7.168.148) on 2012-04-11 23:05