ตอนที่ 18 แฟน

 

อากาศร้อนอ้าว เสียงฉิ่งฉับดังลั่นทั่วรถทัวร์ กับแรงกระแทกเป็นครั้งคราวจากล้อรถที่วิ่งบนถนนขรุขระปลุกผมขึ้นมา...อา...ไม่น่าเชื่อเลยครับ ว่าจะหลับในสภาวะแวดล้อมเป็นพิษขนาดนี้ได้...สงสัยเมื่อคืนคงจะนอนไม่หลับอย่างจริงจัง

 

เหลียวมองไปรอบตัว พบน้องฝนนั่งมองหน้าผมตาแป๋ว

 

ดูท่าเจ้าหล่อนจะหลบตาไม่ทัน แก้มถึงได้แดงฉ่าซะขนาดนี้...น่ารักจริงๆครับ

 

“อ...พี่ต้อย...เอ่อ...นอนต่อก็ได้นะคะ...น่าจะอีกนานกว่าจะถึง” น้องฝนพูดตะกุกตะกักพลางยกผ้าขนหนูในมือขึ้นเช็ดเหงื่อให้ผม

 

ยังไม่ทันได้ตอบอะไร...ก็รู้สึกถึงแรงสั่นๆที่กระเป๋ากางเกง

 

สงสัยเพราะโทรศัพท์นี่ล่ะมั้ง ที่ปลุกผมขึ้นมา...แต่ก็ไม่รู้ว่ามันดังมานานเท่าไหร่แล้ว เพราะเสียงรอบตัวมันก็ดังเกิน แถมแรงเขย่าของรถก็เบาซะที่ไหน ผมล้วงกางเกง ควักโทรศัพท์มือถือขึ้นมา

 

“Tea”

 

รับ...ไม่รับ...รับ...ไม่รับ...

 

คิดถึง อยากได้ยินเสียง…แต่ก็ไม่อยากได้ยินเสียง กลัวคิดถึงเกิน...

 

ตกลงจะรับดีเปล่าวะ?

 

ระหว่างกำลังพิจารณามือถือในอุ้งมือ อีกฝ่ายก็ตัดสายไปซะก่อน...อืม...หกมิสคอลล์เหรอ หลับสนิทเกินไปสินะเนี่ยนาย

 

สุดท้ายความคิดถึงก็เอาชนะครับ...ผมกดหน้าจอ จิ้มไปยังชื่อล่าสุด กำลังจะโทรออก ก็ดันมีแรงสั่น

 

ตึ๊ง!!

 

หน้าจอกลายเป็นสีดำ

 

Your battery is empty!

 

อ้าว...ฟายเอ๊ย!...ลืมชาร์ตแบตซะงั้น...

 

“เป็นไรเหรอคะพี่ต้อย” น้องฝนแอบสะกิดต้นแขนผมยิกๆ ก็เลยต้องหันไปให้ความสนใจหน่อย

 

“ไม่มีอะไรหรอก”

 

“แบตหมดรึเปล่าคะนั่น ยื้มโทรศัพท์ของฝนก่อนมั้ย” เจ้าหล่อนยื่นมือถือรุ่นใหม่ล่าสุดในเคสสีชมพูแหววลายคิตตี้มาให้

 

ผมนิ่งคิดพักหนึ่ง...

 

คิดว่าธีจะโทรหาผมเพราะอะไรล่ะครับ...รายงานความคืบหน้า...อืม...ทั้งสองคนน่าจะไปกันได้ดีแล้วสินะ พอผมโทรไปก็จะได้ยินเสียงร่าเริงพูดขอบคุณแล้วขอบคุณอีก...ขอบคุณที่ให้โอกาส ขอบคุณที่ให้คำแนะนำ ขอบคุณที่ทำให้ลงเอยกับพี่ต้าด้วยดี...

 

...จุดจบของพระรองที่ผู้ชมน่าจะชอบใจ...แต่พระรองต้อยไม่พิสมัยเท่าไหร่...

 

ผมหันไปจับมือน้องฝน กุมมือเล็กๆที่ถือโทรศัพท์มือถือยื่นมาให้ “ไม่เอาดีกว่า...แบตหมดก็ดี พี่จะได้คุยกับคนตรงนี้ให้มากๆไง”

 

ฮะฮ่า! ไงล่ะ เล่นซะน้องฝนอายม้วนต้วนทีเดียวเชียว...นานๆบริหารเสน่ห์บ้างก็ไม่เลวใช่มั้ยล่ะครับ

 

+++++++++++++++++++++++++++++++

 

ค่ายสร้างสะพานนี่หนักใช่เล่นนะครับ

 

ผ่านไปสามวัน เสบียงที่ไปเลือกซื้อที่ซุปเปอร์กับน้องฝนแทบจะเกลี้ยงฉาด ตอนนี้สิ่งที่พอยาใส้ได้ก็คือน้ำเปล่าเย็นๆในขันสังกะสีที่ชาวบ้านเอามาให้น่ะครับ

 

ผมถอดเสื้อยืดออก เอาเสื้อสีขาวที่เปื้อนฝุ่นเป็นปื้นเช็ดเหงื่อตัวเองพลางพัดเหงื่อไคลที่ไหลโชกตามตัว

 

“พี่ต้อยคะ ไปกินข้าวกันก่อนมั้ย” น้องฝนยืนอยู่บนขอบตลิ่ง สวมหมวกใบโตกับเสื้อยืดกางเกงยีนขาสั้น ตะโกนลงมาหาผม

 

ขึ้นชื่อว่าค่ายใช้แรงงาน สถานะระหว่างชายกับหญิงนี่ต่างกันราวขอบตลิ่งกับท้องคูเลยครับ แรงงานหญิงถูกเกณฑ์ไปใช้ทำอาหาร ซักผ้า ทำความสะอาดมากกว่า ถึงจะเหนื่อยแต่ก็คงไม่เหนื่อยเท่าฝ่ายชายที่ทำงานเยี่ยงกรรมกรหรอกครับ

 

สองคืนที่ผ่านมา เนื่องจากหักโหม (จากการสร้างสะพาน) อย่างรุนแรง กินข้าวเย็นเสร็จก็ล้มตัวลงหมอนนอนกรนไร้ฝันอย่างทันทีทันใด เลยยังไม่ได้มีโอกาสคุยอะไรกับน้องฝนมากมายเลยครับ

 

ข้าวสีหม่นในจานกระเบื้องถูกยื่นมาให้ผม พร้อมๆกับที่น้องฝนบรรจงตักกับข้าวใส่จานอย่างละช้อนสองช้อน

 

“กินเยอะๆนะคะพี่ต้อย เดี๋ยวจะไม่มีแรง..ผัดผักจานนี้ฝนผัดเองเลย” น้องฝนพราวลี่พรีเซ็นท์

 

อืม...อร่อยจริงๆแหละครับ...แต่ทำไมรู้สึกว่าที่ธีเคยทำให้กินมันถูกปากกว่านี้หว่า...

 

ผมสะบัดหัวอย่างแรงซะจนเหงื่อกระเด็นใส่น้องฝน...จะมานั่งคิดถึงแฟนพี่ชายทำไมวะ!!

 

พวกเรากินกันจนหมดจาน แยกย้ายกันทำงาน โดยที่น้องฝนไม่ลืมแอบนัดผมหลังอาหารเย็น

 

ตกตอนเย็นด้วยความเหนื่อยล้า ความรู้สึกที่แขนอย่างกับจะหลุดออกมากองอยู่ที่พื้น ก็เลยพาน้องฝนเดินเล่นได้แค่ใกล้ๆหมู่บ้านนี่แหละครับ พาขึ้นเขาไม่ไหวแล้ว

 

“พี่ต้อย” น้องฝนเกาะแขนผมไว้ พยายามเดินไปตามทางขรุขระก่อนจะออกไปยังถนนลูกรัง

 

เจ้าหล่อนยื่นห่อขนมผูกริบบิ้นสีชมพูมาให้ผมเมื่อเราอยู่กันตามลำพัง “ฝนว่าจะให้ตั้งแต่วันที่มาแล้ว แต่เห็นพี่ต้อยเหนื่อยมาก ก็เลยรอไว้ก่อน” ดวงตากลมโตใสแจ๋ว กับแก้มที่ปัดสีส้มแถมยังออกแดงหน่อยๆดูแล้วเพลินตาดีไม่หยอก

 

...แต่ทำไมไม่เห็นรู้สึกใจเต้นเลยล่ะ...

 

ผมรับห่อขนมมาไว้ด้วยความรู้สึกหนักอึ้ง

 

...น้องฝนน่ารัก...แต่ผมไม่ได้รักน้องฝน...

 

...มันคงไม่แฟร์...ถ้าจะให้เป็นแฟนกับน้องฝนในตอนนี้...ตอนที่ยังลืมธีไม่ได้...

 

“น้องฝน คือ...” เกาหัวขุดหาเหาซักพัก ก็ยังนึกคำพูดไม่ออกอยู่ดี

 

จนน้องฝนเห็นว่าผมอึกอักล่ะมั้ง ก็เลยถามขึ้นมา “พี่ต้อยมีแฟนแล้วเหรอคะ”

 

“...เปล่า” ยังไม่มีหรอก....ทั้งชีวิตนี้ ผมยังไม่เคยเรียกใครว่าแฟนเลยซักคน...ถึงจะอยากเรียกก็เถอะ...แต่เจ้าตัวเค้าไม่เรียกไปกับผมด้วยนี่นา

 

“งั้นฝน...” น้องฝนก้มหน้า ผมม้าปรกหน้าผากที่ชื้นเหงื่อหน่อยๆ แพขนตาหลุบต่ำ...ผมพอจะเดาคำพูดออกครับ...

 

ผมจับมือน้องฝนเอาไว้

 

...และวางห่อขนมกลับคืนลงไป...

 

น้องฝนเงยหน้าขึ้นมองผม ดวงตาสั่นระริกเล่นซะทำตัวไม่ถูก “คือ...พี่คงเป็นแฟนน้องฝนไม่ได้”

 

“ทำไมล่ะคะพี่ต้อย...ฝน...ฝนไม่ดีตรงไหน” น่าน...ปี่ใกล้บรรเลงแล้วครับท่าน

 

“น้องฝนน่ารัก...น่ารักมาก” ผมกลืนน้ำลายดังเอื๊อก ก่อนจะพูดคำต่อไป

 

“...แต่พี่เป็นเกย์”

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++

 

ขบวนรถฉิ่งฉับจอดลงอย่างสงบหน้ารั้วมหาลัย ต่างจากขาไปที่คลื้นเคลงอลเวงวุ่นวาย ตอนนี้แทบจะไม่มีใครอยากขยับตัว ทุกคนคิดแต่ว่าหาแท็กซี่ กลับบ้าน อาบน้ำ แล้วก็นอน ข้าวเขิ้วไม่ต้องกันแม่งแล้วครับ

 

ผมก็ไม่ต่างจากทุกคน ต่างกันตรงแค่ที่มีสาวน้อยคอยเทคแคร์อยู่ไม่ห่างกาย

 

น้องฝนเอากระดาษเย็นเช็ดหน้าเช็ดคอให้ผมอย่างอ่อนโยนเหมือนขามาไม่ผิดเพี้ยน...ออกจะอ่อนโยนกว่าเดิมด้วยซ้ำ

 

ผมลืมตาตื่นด้วยความรู้สึกสดชื่น หันไปมองข้างตัว พบกับใบหน้าจิ้มลิ้มน่ารักดวงเดิม กับดวงตาใสแจ๋วแล้วก็แก้มแดงฝาด

 

“ถึงมหาลัยแล้วนะคะพี่ต้อย พี่ต้อยกลับหอยังไงหรอคะ”

 

รู้สึกหงื่อจะออกมากกว่าเดิมแฮะ เวลาที่เจ้าหล่อนมองผมด้วยสายตาวิบวับอย่างตอนนี้ “พี่กลับแท็กซี่”

 

“ฝนไปส่งมั้ยคะ พ่อฝนเอารถมารับ” ว่าแล้วหล่อนก็แอบหัวเราะคิกคักอยู่คนเดียว...จะว่าไปขากลับก็เห็นกดบีบีคุยกับใครก็ไม่รู้ด้วยครับ คุยไปหัวเราะไป พอถามว่าคุยอะไรก็ไม่บอก สุดท้ายผมเลยนอนตลอดการเดินทางซะเลย

 

“ไม่เป็นไรหรอก” ผมปฏิเสธ น้องฝนก็คะยั้นคะยออีกหน่อย พอเห็นว่าไม่ได้ผลก็เลยเลิกตื๊อ

 

ด้วยความเป็นสุภาพบุรุษ ผมรอจนคุณพ่อน้องฝนมารับ ถึงค่อยหาแท็กซี่กลับหอตัวเองครับ ก่อนขึ้นรถน้องฝนหันกลับมา ยิ้มมุมปากนิดๆดูซุกซน แล้วก็พูดกับผมสั้นๆ “พี่ต้อย...ถ้าสมหวังแล้วพาคนคนนั้นมาให้ฝนดูตัวด้วยนะคะ”

 

...ตกลงนี่เธออกหักรึเปล่าเนี่ยครับ?...

 

...ไม่เข้าใจความคิดของผู้หญิงเลยแฮะ...

 

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

สิ่งแรกที่ทำหลังจากกลับถึงหอพักคือถอดเสื้อ อาบน้ำเย็นจัดให้สดชื่นสบายตัวครับ...หลังจากที่ซดนมสดใกล้หมดอายุในตู้เย็นจนเกลี้ยงฉาด เช็ดหัวจนแห้ง เปิดแอร์จนเย็นฉ่ำได้ ค่อยนึกได้ว่าต้องชาร์ทแบตมือถือ

 

ที่ชาร์ทแบตอยู่ตรงหัวตัว หลังจากเสียบตูดเรียบร้อยก็เลยกระโดดพังพาบบนเตียงซะเลย

 

ผมนอนคว่ำ มองโทรศัพท์ที่กระพริบไฟส้มเป็นระยะ ก่อนจะเปิดเครื่องขึ้นมา

 

หกมิสคอลล์...กับอีกสี่แมสเซจ...เป็นแมสเซจแจ้งว่ามีคนโทรมาขณะที่ไม่มีสัญญาณ...

 

ทั้งหมดนั้นเป็นของธีครับ

 

...นี่อยากรายงานผลกับผมขนาดนี้เชียวเหรอเนี่ย...

 

ผมกดเบอร์โทรออก รอเสียงเรียกสายไม่นาน ปลายสายก็กรอกเสียงใส่หูผม

 

“ต้อย! หายไปไหนมา ทำไมไม่รับโทรศัพท์!” เสียงธีดูร้อนรน...จะเข้าข้างตัวเองได้มั้ยว่าธีกำลังเป็นห่วงผมอยู่

 

“ไปค่ายมา ธีล่ะเป็นไงมั่ง ตอนนี้หวานจ๋อยเลยปะ อย่าพูดให้อิจฉาเลยเหอะ” ผมแสร้งทำเสียงร่าเริงตอบกลับไปสักพัก ปลายสายกลับเงียบไป

 

“โหล...ธี...โหลววว~” ฝั่งนั้นเงียบไปเฉยเลยครับ

 

“ไม่...” ไม่อะไรวะ...ขี้อายจริงๆครับ ธีของผม…เอ๊ย!...ธีของไอ้พี่ต้าเนี่ย

 

“ไม่ได้บอกรัก”

 

“....” เหมือนน้ำลายมันจุกอยู่ที่คอเลยครับ ไม่ได้บอกรัก...ก็แปลว่ายังไม่ได้เป็นแฟนกันน่ะดิ!...ใจผมเต้นตุ้บตั๊บแล้วครับ...

 

ธียังคงพูดต่อ เหมือนพูดกับตัวเองมากกว่าพูดกับผม “...ไม่ได้บอกรัก ไม่ได้บอก...ติดต่อก็ไม่ยอมรับสายด้วย...”

 

กำลังจะถามต่อ ก็มีสายซ้อนมาพอดี เป็นสายทางบ้านครับ...ผมบอกปัดธีว่าเดี๋ยวจะโทรไปใหม่แล้วรับสายทางที่บ้านก่อน...คงจะมีเรื่องสำคัญ เพราะปกติจะไม่ได้โทรมาเวลาดึกขนาดนี้น่ะครับ

 

ข้อความที่ได้ทำให้ร่างกายที่อ่อนล้ากับสติที่แทบจะหลุดลอยถูกฉุดกลับมาให้เข้าที่

 

...พ่อถูกยิง...กำลังเข้าผ่าตัดอยู่...

 

ผมรีบเก็บเสื้อผ้า นั่งแท็กซี่ไปยังสถานีรถประจำทาง ซื้อตั๋วรถรอบเร็วที่สุดเพื่อไปขอนแก่น

 

ระหว่างทาง ผมโทรหาพี่ต้า...สายว่าง แต่ไม่รับ...ห่วงก็ห่วงครับ..แต่ก็ห่วงพ่อ แล้วตอนนี้ก็ทำอะไรไม่ได้แล้วเพราะขึ้นรถเรียบร้อยแล้ว ได้แต่โทรกระหน่ำมันไปเรื่อยๆ แต่ก็ยังไม่มีคนรับอยู่ดี

 

ตีสองแล้ว ด้วยความที่เหนื่อยจัดอยู่แล้ว แถมโทรศัพท์ที่เพิ่งชาร์ทแบตก็ร่อแร่เต็มที สุดท้ายก็เลยล้มเลิกความพยายาม แล้วก็ตัดสินใจนอนดีกว่า

 

ก่อนนอน ใจก็ไพล่คิดไปถึงคนที่คุยกันต้นคืน

 

...ไม่ได้บอกรัก...

 

...ไม่ได้บอกรัก...

 

...ไม่ได้บอก...

 

....

 

...

 

..

 

...ห้าวันที่ผมหายไป...เกิดอะไรขึ้นกันครับเนี่ย???...

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

TBC

 

อย่าเพิ่งคิดถึงช่วงเวลา กับไอ้ต้อยมันไม่ไปมหาลัยหรือไงทำไมถึงไปค่ายได้

 

เอาเป็นว่ามันก็เป็นแบบนี้แหละค่ะ //ผิวปากมองเฉียงๆ

 

ขอบคุณสำหรับคอมเม้นท์ตอนที่แล้วนะคะ ตอนหน้าลุงธีปรากฏตัวค่ะ

 

ปล. ฝากรวมเล่มโรคจิตด้วยค่ะ คลิกแบนเนอร์ข้างล่างนี้เลยค่ะ


Comment

Comment:

Tweet

“น้องฝนน่ารัก...น่ารักมาก” ผมกลืนน้ำลายดังเอื๊อก ก่อนจะพูดคำต่อไป

“...แต่พี่เป็นเกย์”
ต้อย...เอาใจกูไป....

#2 By KID_1412 (103.7.57.18|115.67.194.3) on 2012-11-22 02:11

รึน้องฝนจะเป็นสาว Y confused smile

#1 By nidnoi (118.173.53.201) on 2012-02-29 20:22