แฟนผมเป็นคนโรคจิต 11 [end]
posted on 05 Jan 2008 10:41 by lukmooh in Novel…โยจากไปแล้ว...
ร่างสูงเหลียวมองรอบห้องคอนโด เพิ่งสังเกตเห็นว่า บัดนี้เครื่องเรือนที่เคยอยู่ในห้อง ของใช้ส่วนตัวของร่างบางนั้น ถูกเก็บเรียบแทบจะไม่เหลืออยู่เลย เป็นเครื่องยืนยันได้อย่างชัดเจนว่า เด็กหนุ่มย้ายออกจากห้องนี้ไปแล้วจริงๆ
ท่อนขาแกร่งย่อตัวลงนั่งคุกเข่ากับพื้น หยิบสิ่งของในห่อพลาสติกขึ้นดู...ของของเขาทั้งนั้น ทั้งของที่เขาคิดว่าหายไป ทั้งของที่ไม่ได้คิดด้วยซ้ำว่าหายไป ดูจากช้อนส้อมใช้แล้ว โยคงจะซื้อของใหม่มาแทนที่…น่าทึ่งในความเนียนของเจ้าตัวแสบนี่จริงๆ
...น่ารังเกียจใช่มั้ย ที่ผมเป็นโรคจิต ชอบเก็บของของคนที่ตัวเองรัก!! ของที่หวังว่ามันจะเป็นตัวแทนของคนคนนั้นได้ คนที่อยู่ในใจของผม!!...
...โยชอบเขาขนาดนี้เลยเชียวหรือ...เขาจับจองพื้นที่ในใจของคนคนหนึ่งได้มากขนาดนี้เชียวหรือ
ขาเรียวยาวพาร่างสูงไปยังส่วนของห้องน้ำ มือใหญ่คว้าผ้าขนหนูผืนน้อยที่แขวนนิ่งอยู่ที่ราวขึ้นแนบจมูก สูดดมกลิ่นคุ้นเคยที่อยู่ข้างตัวยามหลับมาถึงหนึ่งเดือนเต็ม
...กลิ่นของโย...
...โยทำอะไรกับของที่แอบเอามาบ้างนะ จะรู้สึกดีกับกลิ่นของเขา เหมือนกับที่เขารู้สึกดีอยู่ตอนนี้รึเปล่า...หวนคิดถึงน้ำหนักของมือน้อยที่นวดเฟ้นน้ำมันอุ่นลงบนแผ่นอก มือใหญ่ก็วางทับร่องรอยแห่งความทรงจำ ไล่ตั้งแต่ช่วงคอแกร่ง แผ่นอกตึงแน่น วนเวียนยั่วยวนอยู่บริเวณหน้าท้อง ก่อนจะล้วงเข้าใต้ขอบกางเกง กอบกำแก่นกายตัวเองไว้หลวมๆ หลับตานึกถึงปากแดงอิ่มที่กลืนกินทั้งหมดของเขาเข้าไป ความรุ่มร้อน ความนุ่มนวลที่ได้รับ พลันขนอ่อนที่คอก็ลุกชัน จังหวะของนิ้วแกร่งเร็วขึ้นตามจังหวะของศีรษะทุยที่ผงกขึ้นลงในภาพจินตนาการ เสียวซ่านอย่างยากจะทัดทาน เร็วขึ้นเรื่อยๆจนถึงที่สุดของที่สุด ธเนศกดผ้าขนหนูผืนเล็กเข้ากับจมูกโด่งแนบแน่นกว่าเดิม สูดกลิ่นอายของเจ้าของขณะที่ปลดปล่อยห้วงอารมณ์ปรารถนาจนหมดสิ้น
ระหว่างเผยอปากหอบน้อยๆ สติรับรู้ก็หวนกลับมา
...เขาทำอะไร?...
...เขามีอารมณ์เพียงแค่คิดถึงเจ้าตัวแสบนี่น่ะหรือ?...
...รัก หวง หรือแค่หลงกัน?...
คิดอย่างสับสนไม่เข้าใจตัวเอง เขาไม่พอใจอย่างรุนแรงเมื่อภาพของเด็กหนุ่มหอบตุ๊กตาตัวใหญ่ไว้ในอ้อมแขน เซถลาเข้าสู่อ้อมอกของชวนันท์แทรกเข้ามาในจิตใจ
...ตอนนั้นเขาไม่ชอบเพราะว่าเขาไม่ต้องการให้น้องชายเสียใจ...
...
...
...ใช่มั้ย??...
++++++++++++++++++++++++++++++
“ไอ้เนศ เหม่ออีกแล้ว” ฝ่ามือที่ตบปั้บลงบนบ่าหนาเรียกความรู้สึกให้กลับมา ธเนศมองเพื่อนถือกล่องเค้กเจ้าประจำหน้ายิ้มแป้นอย่างหมั่นใส้...เออดี ร่าเริงกันเข้าไป
“อย่ามายุ่งกับกู” ธเนศบอกปัดๆพลางนอนพังพาบลงไปกับโต๊ะสำนักงาน
“อกหักหรือไง?” เสียงยังคงร่าเริง เรียกให้เส้นเลือดข้างขมับมันเต้นตุบๆ
“เออโว้ย!! อกหักแล้วไง!!!”
เงียบไปพักใหญ่
“อกหักจริงๆด้วย” กั๊กพูดเรียบๆ น้ำเสียงจริงจังกว่าเดิม “แล้วเป็นยังไงบ้างล่ะ”
“ก็ไม่ยังไง ช่างดิวะ! คนอะไร นึกจะมาก็มา นึกจะไปก็ไป!!” …ไม่ได้สนใจเล้ย ว่าคนอื่นเค้าจะคิดยังไง
“ฟังดูมันเหมือนเด็กทะเลาะกันมากกว่าว่ะ นายงอนใช่มั้ยเนี่ย?”
“จะงอนอะไรเล่า ไม่ได้ชอบซะหน่อย จะงอนทำไม” …ไม่ได้ชอบเลย จริงๆ...
“เห” เพื่อนสนิทยิ้มยียวน “แสดงว่าชอบล่ะสิ ถึงได้อารมณ์เสียอย่างนี้”
“จะชอบได้ยังไง ผู้ชายทั้งคู่” ธเนศยังคงเถียงไม่เลิก กั๊กไม่สนอะไร แสร้งแกะกล่องเค้ก วางใส่จานอย่างสบายอกสบายใจ
“เคยบอกแล้ว ว่าผู้ชายก็ช่าง รักก็คือรัก หรือนายว่าไม่จริง”
...รักก็คือรัก...ไม่อยากจะยอมรับเลย...
ตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นในร้านเหล้า เช้าตรู่บนเตียงที่เกิดจากการเข้าใจผิด พบกันอีกครั้งในร้านกาแฟ จูบดูดดื่มท่ามกลางควันขโมง...
ไม่อยากยอมรับเลยว่าตกหลุมรักเจ้าเด็กตัวป่วนคนนี้ซะจนถอนตัวไม่ขึ้น...ที่ผ่านมาก็แค่ทิฐิของคนหัวดื้อที่ไม่อยากยอมรับว่าตัวเองชอบผู้ชายเท่านั้นเอง
ธเนศสะอึก พูดไม่ออกเมื่อรู้ใจตัวเอง ฟังเพื่อนที่พูดพล่ามไปเรื่อยก็ยิ่งบาดใจ
“ก็เตือนไว้ก่อนแล้วน้า ว่าหักอกคนอื่นไปเรื่อย ระวังเจอตัวจริงจะถูกทิ้งเอา…”
คำเตือนมันเป็นจริง...เขาถูกโยทิ้งแล้วใช่มั้ย? พวกเขาจะไม่ได้พบกันอีกแล้วใช่มั้ย? โยหนีจากเขาไปแล้ว...
เมื่อเห็นว่าเพื่อนหน้าเสียนิ่งไป กั๊กจึงไม่รอช้า หยอดใส่อีกดอก “ว่าแต่น้องโยนี่น่ารักดีนะ” ปรายตามองเพื่อนที่ใช้สายตาเอาเรื่องจ้องกลับมา มุมปากยกยิ้ม “ถ้านายอกหักแล้ว ขอต่อเลยได้เปล่า?”
...แค่เพียงนึกภาพโยกับผู้ชายคนอื่น ในอกมันก็ร้อนรุ่มไปหมด...
ร่างสูงกัดฟันกรอด เค้นเสียงลอดไรฟัน “เรื่องอะไร...”
“หา~?” กั๊กลากเสียงยาว ถามซ้ำว่าเพื่อนพึมพำอะไร
“เรื่องอะไรจะยอมวะ!!”
พูดได้เพียงประโยคเดียวก็หุนหันพลันแล่นออกจากออฟฟิศไป ทิ้งเพื่อนสนิทให้นั่งดื่มชากินเค้กอย่างร่าเริง นึกขึ้นได้ก็ต่อโทรศัพท์ไปยังเจ้าตัวยุ่ง
“ฮัลโหล น้องโย...ไอ้เนศมันแล่นไปแล้ว รอรับด้วยล่ะ แล้วก็อย่าลืมนะ อัลบั้มรวมรูปเซ็กซี่ของพี่เราน่ะ” เมื่อได้คำตอบที่พอใจ ก็วางสายไป หันมาสนใจกับเค้กของธเนศที่ไม่ได้รับการแตะต้องต่อไป
…ก็บอกแล้ว กับไอ้เนศน่ะ เอาแต่ไล่ตามเมื่อไหร่จะสำเร็จ ต้องหนีลูกเดียว มันกลัวถูกทิ้งจะตายไป...
หนุ่มแว่นคิดอย่างเป็นสุข เมื่อนึกถึงอัลบั้มรวมรูปของร่างงามสง่าผู้ที่อยู่ในดวงใจตั้งแต่วันแรกเจอ...จากนี้ไปจะได้รู้จักกันเสียที
“ว่าแต่พี่น้องนี่สวยเหมือนกันเลยน้า~” พูดเสียงสูงพร้อมกับอ้าปากงับสตอว์เบอร์รี่ชิ้นแดงเต็มคำ
+++++++++++++++++++++++++++++++++++
...หนีไปแล้วยังไง!!...
ร่างสูงคิดพลางจ่ายเงินให้รถแท็กซี่ วิ่งตรงไปยังตึกสำนักงานใหญ่ บริษัทที่ธณัติน้องชายทำงานอยู่ ขึ้นลิฟท์ต่อตรงไปยังชั้นบนสุดโดยไม่เสียเวลาติดต่อประชาสัมพันธ์
...เจ้าเด็กนั่นยังลงทุนลงแรงเพื่อเขาไปตั้งเยอะ ทำไมเขาจะเป็นฝ่ายไล่ตามบ้างไม่ได้!!...
เดินเลยส่วนของโต๊ะเลขาสาวไปโดยไม่สนใจเสียงทัดทานที่ดังขึ้นอย่างตกใจ เมื่อเห็นป้ายทองเหลืองสลักชื่อรองประธานแปะอยู่หน้าประตูบานใหญ่ ก็ผลักผลัวะเข้าไปโดยไม่เคาะประตู
“พี่เนศ!!” เสียงคุ้นหูเรียกชื่อเขาอย่างตกตะลึง เมื่อมองเข้าไปก็ต้องอึ้งกับภาพน้องชายนั่งหันหลังเสื้อผ้าหลุดลุ่ยอยู่บนโต๊ะทำงานหลังใหญ่ อารมณ์เริ่มคุกรุ่น
...ไม่! เขาไม่ได้มาเพราะเรื่องนี้ เขามีเรื่องต้องทำ เป็นเรื่องที่สำคัญกว่าการขัดขวางน้องชายเสียอีก...
ธเนศส่ายหัวบอกตัวเอง มองรองประธานอย่างไม่ใคร่จะญาติดี แต่ก็ต้องข่มใจตัวเอง เมื่อคิดว่าคนคนนี้น่าจะเป็นคนที่รู้เรื่องของเจ้าเด็กบ้านั่นดีที่สุด
“นัท ขอพี่คุยกับเจ้าชวนันท์สองคน” พูดจบก็ยืนจ้องหน้าจ้องตาแผ่รังสีกับท่านรองประธาน ปลายสายตาเห็นน้องชายตัวเองแต่งตัวอิหลักอิเหลื่อก่อนจะออกจากห้องปิดประตูบานใหญ่ดังแกร๊กเบาๆ
“มีเรื่องอะไร” เมื่อท่าทางมาไม่ดี ชวนันท์ก็ส่งท่าต้อนรับพร้อมขับสู้กลับไป บรรยากาศให้ห้องราวกับมีเมฆดำเข้าปกคลุม
ธเนศเดินย่างสามขุมเข้าไปยังส่วนกลางของห้องรองประธาน เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นหินอ่อนดังแกร๊ก แกร๊ก บวกกับอุณหภูมิเย็นเฉียบยิ่งทำให้ระหว่างชายร่างสูงสองคนราวกับมีสายฟ้าฟาดฟันกันอยู่
มือใหญ่กำแน่นจนสั่น เล็บจิกเข้าอุ้งมือจนเจ็บแปล็บ ดวงตาสีน้ำตาลเข้มหลับสนิท กัดฟันกรอด ก่อนจะพูดด้วยเสียงที่คิดว่า ร้อนรนน้อยที่สุด
“ขอที่อยู่บ้านโยด้วย”
“หา?” ชวนันท์เบิกตากว้าง ถามอย่างเก๊กแตก ไม่นึกว่าพี่ชายของธณัติจะมาหาเขาด้วยเรื่องนี้
ธเนศก้มหน้า ไม่เคยคิดเลยว่าจะมีวันที่ต้องพูดกับเจ้าคนที่เขาเกลียดแสนเกลียดนี้...แต่เมื่อชั่งน้ำหนักระหว่างได้เจอหน้าใสๆที่หลอกหลอนในใจอยู่ตอนนี้กับการเสียหน้าให้เจ้าชวนันท์ เขาก็พูดลอดไรฟันออกมาเสียงเบา “ขอร้องล่ะ”
ชวนันท์มองธเนศก้มหน้านิ่ง แก้มแดงเป็นมะเขือเทศ มุมปากก็ยกยิ้ม “แล้วถ้าฉันไม่บอกล่ะ?”
ใบหน้าหล่อเหลาเงยขึ้น จ้องเข้าไปในดวงตาดำสนิทของคู่สนทนาอย่างเว้าวอน ราวกับสุนัขถูกเจ้าของงดอาหาร นั่นทำให้ท่านรองประธานอดรนทนแกล้งต่อไปไม่ได้...ก็หน้าตามันเหมือนธณัติเลยนี่นา แค่เห็นหน้าเศร้าๆก็ปวดจี๊ดที่ใจแล้ว ร่างสูงถอนหายใจ มือล้วงกระเป๋าหยิบบุหรี่ขึ้นคาบจุดสูบ พ่นควันปุ๋ย ก่อนจะพูดออกมาเรียบๆ “…หนึ่งเดือน”
“หา?”
แสร้งหยิบเอกสารขึ้นอ่านอย่างไม่สนใจคู่สนทนา เริ่มกลยุทธการต่อรองเมื่อเห็นว่าอยู่ในสถานการณ์ได้เปรียบ “เลิกโทรหานัทหนึ่งเดือน เลิกขัดขวางพวกเราซะ ยังไงนายก็ตกหลุมรักผู้ชายเหมือนกันแล้ว ไม่มีเหตุผลให้ต้องขัดขวางพวกเราอีก”
ใบหน้าเปื้อนน้ำตาผ่านแวบเข้ามาทำให้จิตใจอ่อนยวบ...ตอนนี้เจ้าเด็กบ้าที่ป่วนจิตใจเขามันสำคัญกว่าการขัดขวางน้องชายเสียอีก ธเนศเงยหน้าสบสายตามุ่งมั่น พูดตอบกลับไปด้วยเสียงหนักแน่น “...ได้...”
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++
“โห~” ธเนศอุทานยาวเหยียด อ้าปากหวอเมื่อแท็กซี่พามาจอดตามที่อยู่ที่ได้มา “บ้านหรือปราสาทฟะเนี่ย!”
ไหนตอนแรกบอกว่ามีแค่พี่สาว ไม่มีบ้านอยู่จนต้องมาขออาศัยอยู่ตั้งเดือนนึง...เจ้าเด็กบ้านี่หลอกเขากี่เรื่องกันนะ...มิน่าถึงทำงานบ้านไม่เป็นสักอย่าง ก็บ้านใหญ่โมโหราฬอย่างนี้จะเคยทำเองได้ยังไง
คิดๆไปก็ไม่เข้าใจ คุณชายอย่างโย ทำไมถึงมาสนใจผู้ชายที่ไม่มีอะไรเลยอย่างเขากันนะ พวกเขาเหมาะสมกันจริงๆหรือ?
“มาหาใครครับ?” ยามที่อยู่ในป้อมหน้าบ้านถามขึ้นมาเมื่อเห็นชายหนุ่มร่างใหญ่ยืนอยู่หน้ารั้วนานสองนาน
ธเนศกลืนน้ำลายลงคอเอื๊อก ก่อนจะตอบกลับอย่างสุภาพ “หาโยครับ เขาอยู่รึเปล่า เรียกมาคุยหน่อยได้มั้ย?”
“คุณธเนศรึเปล่าครับ?”
หัวใจพองโตเมื่อคิดว่า ร่างบางคงจะบอกให้เขาเข้าไปได้ ถึงได้บอกชื่อให้ยามรู้อย่างนี้ หน้าหล่อพยักหงึกหงัก หูตั้งหางกระดิก
“คุณหนูโยสั่งว่า ห้ามให้คุณธเนศเข้าพบครับ” หัวใจดวงโตๆพลันห่อเหี่ยว โยยังโกรธเขาอยู่แน่ๆ
“ขอผมคุยด้วยหน่อยได้มั้ย ผมมีเรื่องสำคัญจะต้องคุยจริงๆ” เมื่อออดอ้อนนานเข้า ยามแก่จึงถอนหายใจเฮือกใหญ่ ไม่รู้ว่ารำคาญหรือเห็นใจกันแน่
“เอางี้ ผมให้เข้ามารอในป้อมละกัน ผมจะโทรถามคุณหนูอีกที”
...ได้แค่นี้ก็เพียงพอ...ธเนศนั่งรอคอยด้วยความหวังว่า เขาคงจะมีโอกาสได้แก้ตัวอีกสักครั้งหนึ่ง
เมื่อรอไปได้สิบกว่านาที ยามแก่คนเดิมก็เดินเข้ามา ยื่นโทรศัพท์ไร้สายให้ก่อนจะเดินออกไป ธเนศมองอย่างงงๆก่อนจะยกขึ้นแนบหู
“โย?”
เงียบ
“โย ฟังอยู่รึเปล่า?”
เงียบ
ร่างสูงหลับตา ถอนหายใจก่อนจะเปิดปากระบายความในใจ “โย พี่ขอโทษ ที่ทำให้นายต้องร้องไห้ ที่ผ่านมาพี่โง่เองที่ไม่ได้มองเห็นสิ่งดีๆที่อยู่ใกล้ตัวเลย ทำร้ายความรู้สึกนายไปตั้งไม่รู้กี่ครั้ง ตอนนี้พี่สำนึกผิดแล้ว พี่ขอโทษ ยกโทษให้พี่คนนี้ได้มั้ย?”
ปลายสายเงียบไปสักพัก ก่อนจะมีเสียงปวดร้าวตอบกลับมา “พี่เนศก็แค่รู้สึกผิด พี่เนศก็แค่ใจดี…พี่เนศใจดีกับทุกๆคน”
น้ำเสียงสั่นๆเขย่าหัวใจชายหนุ่มจนเจ็บจี๊ด รู้สึกผิดเหลือเกิน “ไม่ ต่อไปนี้จะใจดีกับนายคนเดียว พี่สัญญา”
“ผมมันน่ารังเกียจ ผมเป็นโรคจิต ผมแอบขโมยของของพี่เนศ ผมวางแผนโกหกไปตั้งหลายเรื่อง” ยิ่งพูดเสียงก็ยิ่งสั่น
“พี่ไม่ได้โกรธเลย โยไม่น่ารังเกียจสักนิด ถ้าอยากได้ของของพี่ วันหลังพี่ยกให้เลยก็ได้” ร่างสูงพูดอย่างปลอบประโลม “ขอร้องเถอะ ออกมาให้เห็นหน้าหน่อยได้มั้ย?” พูดพลางมองไปยังกล้องวงจรปิดบนเพดาน หวังเหลือเกินว่าเด็กหนุ่มจะนั่งมองเขาอยู่ตอนนี้
“พี่เนศมองแต่น้องชายตัวเอง ฮึก...พี่เนศไม่เคยสนใจผม” เสียงปนสะอื้นยิ่งทำให้ลนลานยิ่งขึ้น
“พี่สัญญากับคุณชวนันท์แล้ว พี่จะเลิกสนใจนัท ต่อไปนี้จะสนใจแต่นายคนเดียว ออกมาให้พี่เห็นหน่อยได้มั้ย” อยากหายตัวไปอยู่ต่อหน้าเหลือเกิน อยากคว้าร่างบอบบางมาไว้ในอ้อมกอด อยากลูบไปบนหัวทุยเพื่อปลอบประโลม
เสียงสูดจมูกดังมาจากปลายสาย ทำให้ปวดใจเมื่อใบหน้านองน้ำตาหวนกลับมาในใจ “สำหรับพี่เนศ ความรักของผู้ชายด้วยกันมันผิด”
ธเนศหลับตา เสียใจเหลือเกินที่คำพูดของตัวเองมันกลับมาตอกย้ำว่าแต่ก่อน มุมมองของโลกในสายตามันคับแคบเพียงไหน เหมือนอย่างที่กั๊กว่า รักของผู้ชายมันก็คือความรัก เขามัวแต่ใช้เพศเป็นตัวขีดกั้น จนไม่รู้ตัวเลย ว่าตัวเองทั้งทำลายความสุขของน้องชาย ทั้งทำร้ายความรักที่เด็กคนนี้มีให้
ร่างสูงมองไปยังกล้องวงจรปิด สบตาสีน้ำตาลเข้าซื่อตรงหวังให้อีกฟากฝั่งได้เห็นความจริง
“พี่จะไม่คิดอย่างนั้นอีกแล้ว เพราะตอนนี้...พี่รักโย”
แกร๊ก!...
เสียงประตูปิดลงด้านหลังเรียกให้ธเนศสะดุ้งสุดตัว หันหลังหนีจากกล้องวงจรปิด เผชิญหน้ากับประตูห้องแทน ยังไม่ทันได้เห็นอะไรชัดเจน ก็รู้สึกถึงแรงโหมกอด พร้อมกับร่างบางที่สั่นสะอื้นอยู่ในอ้อมอก
“โย...” แขนแกร่งกอดตอบแน่นหนา ลูบไล้ผมเส้นเล็กเหมือนขนแมวอย่างเบามือ “พี่ขอโทษ...พี่ขอโทษ...”
นิ้วเรียวเล็กนาบลงบนริมฝีปาก ปิดให้สนิท “บอกรักผมหน่อย”
มองจ้องเข้าไปในดวงตาสีราตรีรื้นน้ำแน่วแน่ กระซิบเสียงแผ่วเบา แต่หนักแน่นเหลือเกินทั้งในใจคนพูดและคนฟัง
“พี่รักโย”
ร่างเล็กเขย่งขาขึ้น แขนเรียวบางอ้อมรอบต้นคอร่างสูง เหนี่ยวให้ก้มลงต่ำ ดวงตาที่มองสบกันหรี่ปรือ ก่อนที่ปากแดงอิ่มจะแนบจุมพิตหอมหวานเนิ่นนาน
เมื่อแยกจากกันอย่างอ้อยอิ่งได้ เด็กหนุ่มก็ยิ้มหวานจับใจ เอ่ยเสียงพร่า “ผมก็รักพี่ครับ”
เป็นคำที่หอมหวานกว่าคำให้อภัยใดๆทั้งสิ้น ธเนศกอดร่างบอบบางไว้แน่น แนบหน้าซุกต้นคอขาวอย่างชื่นใจ สูดกลิ่นกายที่ห่างเพียงวันก็คิดถึงเหลือเกินไว้เต็มปอด พลันรู้สึกถึงมือเล็กซุกซนที่ยุกยิกอยู่แถวกลางลำตัว
“...ที่นี่เลยเหรอ” ถามอย่างไม่แน่ใจเมื่อร่างเล็กลงคุกเข่า ปลดเข็มขัดให้ แต่มันก็สุดจะทานทน เมื่อรับรู้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนที่กระทบผิวเนื้อเปลือยเปล่า ปากบางอ้าหอบอย่างเสียวซ่านเมื่อความร้อนผ่าวเข้าครอบงำร่างกายจนอารมณ์กระเจิดกระเจิง ลิ้นเล็กไล้เลียอย่างชำนาญ มือน้อยจับขยับรับกับจังหวะที่สะโพกแกร่งดันสวน มือใหญ่สอดสางเส้นผมสีดำอย่างรักใคร่ ก่อนที่จังหวะจะเร่งเร็วกระชั้น
“อือ~” ยิ่งฟังเสียงครางอือที่ลอดออกจากปากแดงอิ่ม มองใบหน้าขาวใสหลับตาพริ้มตั้งใจปรนเปรอความสุขให้ ยิ่งเหมือถูกเร่งเร้าให้ไต่ไปยังจุดหมายเร็วขึ้น ธเนศดันท้ายทอยเด็กหนุ่มไว้แน่น ปลดปล่อยหยาดอารมณ์อย่างห้ามไม่อยู่ จ้องมองลูกกระเดือกอีกฝ่ายเคลื่อนขึ้นลงตามการกลืนอย่างรัญจวนใจ
“ฮ่า...” เมื่อปากเป็นอิสระ โยก็ถอนหายใจแรงยาว ของเหลวขาวขุ่นเยิ้มริมฝีปากไหลเรื่อยลงมายังคาง แค่ได้เห็น อารมณ์ที่เพิ่งปลดปล่อยไปก็หวนกลับมาอีกครา
มือใหญ่ค่อยๆปลดผ้าร่างในอ้อมแขนออกทีละชิ้นจนเปลือยเปล่า มองสำรวจผิวขาวราวผิวทารก ลมหายใจพลันหนักถี่กว่าที่เคย ยิ่งร่างบางหันหลังโค้งสะโพกให้ยิ่งยากเกินจะห้ามใจ สอดใส่ความปรารถนาตามที่มือเล็กนำทาง ความร้อนนุ่มที่ตอดรัดยิ่งทำให้เสียวซ่านจนต้องร้องครางออกมา ร่างสูงดันสะโพกเข้าจนสุดก่อนจะถอยออกมาตามจังหวะ เด็กหนุ่มก็ให้ความร่วมมืออย่างดี เสียงครางหอบของสองคนดังประสานในห้องเล็กแคบ อุณหภูมิของห้องสูงขึ้นตามลำดับ ใช้เวลาไม่นานในการไปถึงจุดมุ่งหมายปลายทาง ระเบิดพร่างพรายออกมาในเวลาเดียวกัน ร่างสูงดันสะโพกเน้นรุนแรงเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะแช่ไว้เนิ่นนาน รู้สึกถึงความร้อนที่ฉีดพุ่งยังร่างกายในอ้อมกอด
เมื่อพักจนแรงหอบเบาบางลง ธเนศจึงค่อยแต่งตัวให้ร่างบาง ลูบไล้บ่าเนียนที่ซุกอยู่กับแผ่นอกกว้างอย่างรักใคร่ ก่อนจะก้มลงกระซิบเรี่ยหู “กลับบ้านกันนะ ไปอยู่ด้วยกันเหมือนเดิม” ภาพห้องชุดที่มีร่างบางยิ้มต้อนรับอยู่ทุกคืนวันผ่านเข้ามาในใจ
โยเงยหน้าแนบริมฝีปากกับคางสากแวบหนึ่ง ยิ้มมีความสุขก่อนจะพยักหน้า
“...ครับ…”
แล้วเขาก็ได้สมหวังกับพี่ธเนศเสียที
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
END
~แถมท้าย~
‘ต่อไปนี้จะใจดีกับนายคนเดียว พี่สัญญา’
‘จะสนใจแต่นายคนเดียว’
‘พี่จะไม่คิดอย่างนั้นอีกแล้ว เพราะตอนนี้...พี่รักโย’ ภาพใบหน้าหล่อเหลาจ้องตรงมานั้นเรียกให้ปากแดงอิ่มยกยิ้มอย่างพึงใจ กดรีโมทย้อนหลังเป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ ฟังคำที่หวังมานานให้เต็มอิ่ม
เทปเล่นต่อไปพร้อมกับใบหน้าหลับตาพริ้ม คิ้วขมวดหักห้ามใจ ยามที่ปากเล็กครอบครอง
‘อา’ เสียงแหบทุ้มในโทรทัศน์ร้องครางปลุกอารมณ์วาบหวาม มือบางยกกางเกงในขึ้นแนบจมูกสูดกลิ่นกายของคนที่ยังไม่กลับจากทำงาน
...พี่เนศจะรู้รึเปล่านะ ว่าถูกแอบอัดวีดีโอเอาไว้...
โยยิ้มตาพราว พร้อมทั้งตัดสินใจอยู่คนเดียว
...เก็บไว้เป็นความลับต่อไปดีกว่า...
แผ่นดีวีดีถูกส่งออกมาจากเครื่องเล่น เก็บใส่กล่องที่เขียนด้านหน้าไว้ว่า ‘พี่เนศ #3’ ก่อนที่ทั้งกล่องจะถูกเก็บใส่ตู้ล็อคกุญแจอย่างแน่นหนา โดยที่คนถูกแอบถ่ายจะไม่มีวันได้รับรู้เลย
++++++++++++++++++++++++++++++++++
END
จบแล้วค่ะ แฟนผมเป็นคนโรคจิต ...อืม สั้นจังเนาะ (ผงกหัวหงึกๆ)
*ก้มหัวคำนับพี่เนศ* ขอโทษนะค้า พี่เนศ โดนแกล้งทั้งเรื่องเลย
ขอบคุณที่ตามอ่านนะคะ
ของคุณทุกกำลังใจที่เม้นท์ให้
ขอบคุณคุณอินุที่มีบอร์ดน่ารักๆให้ลงนิยาย
ขอบคุณคุณRaya คุณหมู คุณk.z. ที่บอร์ด OZ คอยดันให้เรื่อยๆ
ขอบคุณมากค่ะ
ลูกหมู , 5 มค. 51
หลุดพ้น หลุดพ้น~ ลัลล้า ไปสยามซื้อนิยายอ่านดีกว่า ลัลล้า หลุดพ้น หลุดโพ้นนนนนน~ << เสียงในใจ 
edit @ 5 Jan 2008 10:56:36 by LookMuh

ถ้าพี่น้องโยเป็นพี่สาวจริง ๆ ก็หมายความว่า ซีรีส์โรคจิต ทั้งหมดจบแล้วเหรอ (มาสูญพันธุ เอาพี่สาวโยนี่ล่ะ) ไม่ย๊อม ไม่ยอม
แต่ปลายเปิดเรื่องของนายกั๊ก ไว้ใช่มั้ยเนี่ย มีลับลมคมในตลอด แต่พอเฉลยมีตอนต่อแน่ๆเลย วู้ววว รอคู่ต่อไปนะคะ
#1 By chibi on 2008-01-05 11:21