ตอนที่ 1

 

หัวข้อ : ซื้อไอโฟนดีไหม

 

สวัสดีครับ ผมขอปรึกษาหน่อยนะครับ ผมมีแฟนอยู่คนนึง เราคบกันมา 3 ปีแล้ว ผมรักเธอมาก แต่ช่วงหลังๆ มานี้รู้สึกว่าเธอเปลี่ยนไป เธอบอกผมว่าเพราะผมใช้ไอโมบาย เธออายเพื่อน ถ้าผมไม่ซื้อไอโฟนมาใช้จะขอเลิกอะครับ ผมควรจะทำยังไงดี? ผมควรจะไปซื้อไอโฟนมาใช้รึเปล่า?

 

โดย : ปุกปุย (23/4/56; 15:35)

----------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 1

 

เอาเงินที่จะใช้ซื้อไอโฟนไปซื้อปลาให้เธอกินเหอะครับ จะได้ฉลาดขึ้นมั่ง แสรดดดด

โดย : คุณชายหมอ (23/4/56; 15.37)

-----------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 2

 

เลิกไปเลยครับ แล้วถ้าจะหาใหม่หาแบบที่แดกข้าวนะครับ อย่าหาแบบแดกหญ้า

 

โดย : อยากชื่อคุณชายหมอ แต่ไอ้คนข้างบนมันเสือกตั้งไปแล้ว (23/4/56; 15.40)

-----------------------------------------------

ความคิดเห็นที่......

 

....

 

...

 

แกร๊กๆๆๆๆ

 

เสียงกดคีย์บอร์ดดังรัวในห้องเงียบสงัดยามบ่ายสงบที่แสนจะร้อนนรกแตก หน้าจอคอมพิวเตอร์สะท้อนเข้าดวงตาสีดำสนิทที่คอยไล่ตามตัวอักษรที่ถูกพิมพ์อย่างรัวเร็ว พร้อมๆ กับมุมปากที่ยกขึ้นนิดๆ อย่างพึงพอใจ

 

ก็แค่พวกไม่มีงานทำ ปั่นกระทู้ดักกลุ่มประชากรผู้โปรดปรานมาม่าเล่น ตั้งกระทู้สั้นๆ ปั่นความเห็นเพิ่มอีกสักสองสามราย ให้มันขึ้นลิสต์ เท่านี้ก็มีพวกเผือกๆ มารุมด่าคุณหญิงไอโฟนที่ไม่มีตัวตนกันสนุกปากแล้ว มือขาวซีดจับเม้าท์กำลังจะคลิกบราวน์เซอร์อีกโปรแกรมขึ้นมาเพื่อล็อกอินชื่ออื่น เสียงเปิดประตูห้องก็ดังขัดขึ้นซะก่อน

 

“อาแพนล่า ลื้อเล่นอะไรอีกอยู่ได้วะ หนังสือหนังหาไม่รู้จักอ่าน!?” เสียงกัมปนาทกับแสงภายนอกที่ส่องเข้ามาทำให้หนุ่มน้อยนามแพนด้าสะดุ้งเฮือก ดวงตาชั้นเดียวที่ใต้ตาดำคล้ำเป็นวงหรี่ลงเล็กน้อยจนปรับตัวกับแสงได้จึงค่อยถลึงขึ้นใหม่

 

“อาป๊า! อั๊วบอกแล้วว่าอย่าล้อเลียนอั๊ว เรียกอั๊วแพนด้าๆ อยู่ได้ อั๊วเป็นภูมิแพ้แล้วไงอะ!? ก็เพราะอาป๊าไม่พาอั๊วไปรักษาตั้งแต่เด็กไงใต้ตาถึงได้คล้ำอย่างนี้ แล้วยังมาล้อเลียนอั๊วว่าอั๊วเหมือนแพนด้าอีก!” เด็กหนุ่มเจ้าของห้องโวยวาย หากแต่ยังไม่ทันจบประโยคดีหัวยุ่งๆ ก็โดนผู้เป็นบิดาตบคว่ำซะก่อน

 

“เก๋าเจ้ง! อั๊วไม่ได้ล้อลื้อ ก็ชื่อแพนด้ามาตั้งแต่เหล็ก เรียกมาตั้งนานไม่เห็นว่าอะไร อยู่ๆ ก็มาโวยวายอะไรวะ! ไม่ต้องมาเบี่ยงประเด็น อั๊วรู้จักลื้อดีไอ้ตอแหล อั๊วให้ลื้ออยู่บ้านนิ่งๆ เพื่ออ่านหนังสือ ไม่ได้ให้มาเล่นอิงเตอเน็กทั้งวัน พะเซี่ย!”

 

ชายวัยกลางคนด่าเป็นไฟ...จนอาจจะลืมไปว่าด่าลูกตัวเองชาติหมานี่มัน...

 

“เหอะน่าป๊า อั๊วเล่นพักสมองแป๊บเดียวเอง เดี๋ยวอ่านหนังสือต่อแล้ว อ่านนานๆ หลายชั่วโมงมันก็มึนนี่นา” ผู้เป็นลูกเถียงพ่อคำไม่ตกฟากพร้อมกับผายมือไปยังกองหนังสือเตรียมเอ็นท์ที่อยู่บนโต๊ะข้างๆ อารามผายมือแรงไปหน่อย เล่นซะแมงมุมที่ชักใยอยู่ตกใจจนใยขาดทีเดียว

 

“อั๊วไม่เชื่อลื้อหรอก เข้ามาทีไรก็เห็นเอาแต่อยู่หน้าไอ้โน้กบุ๊กนี่ ถ้าวันนี้อั๊วเอามันออกไปจากห้องลื้อไม่ได้ไม่ต้องเรียกอั๊วบิดา!” อาป๊าพุ่งตัวเข้าใส่เหยื่ออีเล็กทรอนิกส์ เร็วซะจนยอดชายนายแพนด้าตั้งตัวไม่ทัน รู้ตัวอีกทีสายต่อต่างๆ ก็ถูกดึงกระชากออกหมด หนุ่มน้อยตาคล้ำถึงกับกุมขมับราวโลกสลาย

 

“ม่ายยยย โน้ตบุ๊กของอั๊วววว!!!” แพนด้าถลาตัวเข้าใส่ผู้เป็นพ่อ ยังไม่ทันถึงตัวก็ได้ยินเสียงของหนักตกพื้นดังเปรื่องซะก่อน

 

ทุกอย่างนิ่งชะงักราวกับถูกหยุดเวลาไว้ มีแค่เสียงซี๊ดปากของปาป๊าที่ยันสะโพกตัวเองเอาไว้...กับซากโน้ตบุ๊กที่แตกยับเยิน ณ. ปลายเท้าบิดา

 

แพนด้าเดินอย่างไร้เรี่ยวแรง คุกเข่าลงนั่งต่อหน้าศพผู้ไร้ความผิด “ไอ้หลินปิงลูกพ่อ...ฮึก! เก็บตังค์ตั้งนานกว่าจะได้มาเลี้ยงดู อยู่ด้วยกันไม่เท่าไหร่ทำไมจากพ่อไปอย่างนี้วะ ฮือ”

 

ชายวัยกลางคนเหล่ตามองบุตรตนเองที่ร้องไห้ราวกับเสียลูกในไส้ไปจริงๆ ก็ให้รู้สึกผิดขึ้นมา...ก็แค่จะเอาไปเก็บไว้อีกห้อง หวังว่ามันจะตั้งใจอ่านหนังสือบ้าง จะได้ไม่ต้องเป็นเด็กซิ่วปีที่สาม ใครจะไปคิดว่าสะโพกจะครากกะทันหันอย่างนี้ล่ะวะ สงสัยจะต้องรำไทเก๊กให้มากกว่านี้ ร่างกายจะได้ยืดหยุ่นไม่ปวดเมื่อย

 

ไอ้ลูกชายเม้มปากแน่น หันหน้าขึ้นมองบิดาด้วยความเคียดแค้น “ป๊า! ทำคอมอั๊วเจ๊ง ป๊าจะรับผิดชอบยังไง!”

 

จะให้หัวดำมาด่าหัวหงอกง่ายๆ ไม่ใช่วิสัยของเจ้าสัวหุ้นส่วนใหญ่สวนสัตว์หมีน้อยแน่นอน...ถึงแม้ว่าตนจะเป็นฝ่ายผิดก็เถอะ...ผู้เป็นพ่อกอดอกตีหน้าเคร่งขรึม “เจ๊งไปแล้วก็ดี ลื้อจะได้มีเวลาอ่านหนังสือมากกว่ามานั่งตอแหลคนอื่นไปทั่ว”

 

“ป๊า! อั๊วไม่ได้ตอแหล อั๊วกำลังวิจัยจิตวิทยาชาวไทยอยู่!”

 

“ซี้ซั้วต่า! ลื้อสอบให้ติดก่อนค่อยเข้าไปวิจัยสิวะ!” อาป๊าสวนกลับอย่างเร็วพร้อมกระแอมไออย่างมีหลักการ “จะว่าไป...อั๊วมีทางเลือกให้ลื้อสองทาง...ระหว่างอ่านหนังสือสอบให้ติดมหาวิทยาลัยแล้วอั๊วจะซื้อโน้กบุ๊กให้ลื้อใหม่ กับไปทำงานสวนสัตว์ของอั๊วหนึ่งเดือนแลกค่าจ้างไปซื้อโน้กบุ๊ก...นี่อั๊วให้ค่าจ้างสูงมากนา สำหรับคนจบแค่ม. 6 แบบลื้อ”

 

แพนด้าคิดสะระตะอยู่นาน อย่างไรเสียอาป๊าก็คงจะซื้อโน้ตบุ๊กใหม่ให้ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนอยู่แล้ว ได้เร็วหน่อยดีกว่าเห็นๆ เผื่อปีนี้เอ็นท์ไม่ติดอีกปีมีหวังชวดหมด ไปทำงานแค่เดือนเดียวฟังดูเข้าท่ากว่าเยอะ เสียแต่ว่า... “แล้วป๊าจะให้อั๊วไปทำงานอะไร คงไม่ใช่งานใช้แรงงานหรอกนะ อาป๊าก็รู้ว่าอั๊วป่วย อั๊วอ่อนแอ เป็นลิวคีเมีย ออกแรงมากไม่ได้ อยู่กลางแดดก็ไม่ได้”

 

เจ้าสัวแห่งสวนสัตว์หมีน้อยยิ้มกว้าง “ไม่ต้องห่วง ...อั๊วมีงานเบาๆ ในห้องแอร์ เหมาะสำหรับหมีตอแหลปลิ้นปล้อนอย่างลื้อพอลี...”

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

โครม!

 

“ป๋อง!!” เสียงกระแทกดังขึ้นพร้อมกับที่ชายหนุ่มรู้สึกถึงเลือดอุ่นๆ ที่กระเซ็นถูกหลังมือ

 

“ย...ใหญ่...กูเจ็บ...” เขาประคองร่างของเพื่อนสนิทที่ล้มลงนอนหายใจระรวยรินขึ้นด้วยความเป็นห่วง

 

“มึงต้องไม่เป็นอะไรป๋อง เฮ้ย! อย่าหลับนะเว้ย!” หัวใจเต้นเร็วระรัวราวกับกลองตี ได้แต่สงสัยว่าแค่มอ’ไซค์ลื่นไถลแล้วคิ้วไปถากพื้นเป็นแผลเลือดออกเนี่ยมันถึงตายเลยเหรอวะ?

 

เพื่อนรักยกมือเปื้อนเลือดขึ้นแตะแก้มสากที่มีเคราประดับอยู่ พูดเสียงเครือราวกับกำลังจะขาดใจ “ญ...ใหญ่...กู...เป็นแผลที่หน้า...กู...จะไม่หล่อแล้ว...ใช่มั้ย...เค้าทิ้งกูไปเพราะกูไม่หล่อ...ใช่มั้ยยย”

 

ด้วยหมั่นไส้ในความสำอางของเพื่อนรักเป็นยิ่งนัก ชายหนุ่มเลยเผลอปล่อยมือที่ประคองศีรษะอีกฝ่ายออก ส่งผลให้หัวของเพื่อนยากกระแทกพื้นจนเจ้าตัวร้องแอ้ก!

 

“ไหนมึงว่าเค้าทิ้งมึงเพราะไม่มีไอโฟนไง โธ่เว้ย! ทำท่าอย่างกับจะตาย กลายเป็นห่วงไม่หล่อซะงั้น แม่ม! ไม่น่าไปแดกเหล้ากับมันเลยเว้ย!” ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ป้ายสองมือที่เปื้อนเลือดลงกับกางเกงยีน

 

ถ้าใครมารู้ว่าชายหนุ่มผู้เอาจริงเอาจังเป็นเส้นตรงอย่างนายใหญ่คนนี้เมาแล้วขับ มีหวังขายหน้าแย่...เป็นถึงหัวหน้าคนงานก่อสร้าง ก็ควรจะต้องเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับลูกน้องสิ...ปกติเขาเป็นคนไม่ดื่มเหล้าสูบบุหรี่ด้วยซ้ำ นี่ติดว่าไอ้คนตรงหน้าขอให้มาเป็นเพื่อนเนื่องในโอกาสอกหักเลยปฏิเสธไม่ได้หรอก...คิดแล้วก็ถอนหายใจ เหล่ตามองไอ้เพื่อนรักที่เมาหลับทั้งๆ เลือดกลบหน้าอย่างสมเพช

 

เมื่อเงยหน้าขึ้นอีกทีหายนะก็มาเยือน...คุณตำรวจจราจร โผล่มาจากไหนไม่รู้พร้อมกับยื่นเครื่องดำๆ อะไรไม่รู้ในมือมาจ่อหน้าเขา

 

“เป่าด้วยครับ”

 

...

 

..

 

.

 

“เมาแล้วขับ”

 

หลังจากพาป๋องไปฝากไว้ที่โรงพยาบาลเรียบร้อย ใหญ่ก็ถูกพาตัวมาที่โรงพักต่อ

 

คุณร้อยเวรลงบันทึกยิกๆ ดูใบขับขี่บ้าง มองหน้าผู้ต้องหาบ้าง ก่อนจะถามด้วยน้ำเสียงออกจะเกรงๆ นิดหน่อย “...ครั้งแรกใช่มั้ยเราน่ะ” 

 

...ที่ต้องเกรงๆ น่ะไม่ใช่เพราะอะไรหรอก...ก็ไอ้คนที่นั่งตรงหน้านี่มันช่าง...ผิวสีทองแดง ผมที่ออกจะยาวหน่อยๆ กับหนวดตรงคางนั่น แล้วยังกล้ามเนื้อแน่นๆ ทั่วตัวอีกตะหาก...หน้าตายังกะพี่ตูน บอดี้XX  เอ๊ย! หน้าอย่างกะพวกขี้ยา มันจะลุกขึ้นมาบีบคอเจ้าหน้าที่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้นี่นา ปล่อยๆ มันไปก่อนแล้วกัน